________
________
นโยบาย ________
เรื่อง การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ อัตราค่าตอบแทน ข้อกำหนด และเงื่อนไขเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุดภายในสถานประกอบกิจการให้ชัดเจน และเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนกฎกระทรวงและประกาศที่เกี่ยวข้อง นายจ้างจึงกำหนดนโยบาย เรื่อง การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ อัตราค่าตอบแทน ข้อกำหนด และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 คำนิยาม
ภายในนโยบายฉบับนี้
(ก) "นายจ้าง" หมายความว่า ________ ทะเบียนนิติบุคคล/เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเลขที่ ________ โดย ________ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ สำนักงานตั้งอยู่ที่ ________
(ข) "พนักงาน" หรือ "ลูกจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใด
(ค) "สถานประกอบกิจการ" หมายความว่า หน่วยงานและ/หรือสถานที่ของนายจ้างที่มีลูกจ้างทำงานอยู่ในหน่วยงานและ/หรือสถานที่นั้น ๆ
(ง) "เวลาทำงานปกติ" หมายความว่า เวลาทำงานในแต่ละวันหรือสัปดาห์ที่นายจ้างและพนักงานตกลงกัน ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราสูงสุดที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
(จ) "การทำงานล่วงเวลา" หมายความว่า การทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติหรือเกินชั่วโมงทำงานในแต่ละวันที่นายจ้างและพนักงานตกลงกันในวันทำงาน หรือในวันหยุด แล้วแต่กรณี
(ฉ) "การทำงานในวันหยุด" หมายความว่า การทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี อันมิใช่วันทำงานปกติที่นายจ้างและพนักงานตกลงกันเป็นวันทำงาน
ข้อ 2 หลักการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของพนักงานในสถานประกอบกิจการของนายจ้าง และเพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน (Work-life Balance) โดยหลักนายจ้าง ผู้บังคับบัญชา และ/หรือหัวหน้างานจะไม่ให้พนักงานภายใต้บังคับบัญชาของตนทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด เว้นแต่ในกรณีจำเป็น ดังต่อไปนี้
(ก) ลักษณะหรือสภาพของงานที่มีความจำเป็นต้องทำติดต่อกันไป หากหยุดจะเสียแก่งาน
(ข) ลักษณะหรือสภาพของงานที่เป็นงานฉุกเฉิน
(ค) กรณีอื่นใดเท่าที่จำเป็นตามที่นายจ้างและพนักงานตกลงกันและได้รับความยินยอมจากพนักงานตามนโยบายฉบับนี้
ข้อ 3 ข้อจำกัดด้านสุขภาพและความปลอดภัย
ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ห้ามมิให้พนักงานทำงานล่วงเวลาและ/หรือทำงานในวันหยุดในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) พนักงานที่ทำงานซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด
(ข) พนักงานซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ เว้นแต่ในกรณีที่พนักงานซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ งานธุรการ หรืองานเกี่ยวกับการเงินหรือบัญชี อาจให้พนักงานนั้นทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้เท่าที่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานก่อนเป็นคราว ๆ ไป
(ค) พนักงานซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 (สิบแปด) ปี
(ง) พนักงานซึ่งเมื่อรวมจำนวนชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุดแล้วเกินอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ เมื่อรวมเวลาทำงานปกติและเวลาทำงานล่วงเวลาแล้วต้องไม่เกินสัปดาห์ละ 36 (สามสิบหก) ชั่วโมง
ข้อ 4 ความเท่าเทียม
นายจ้างจะกำหนดอัตราค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่พนักงาน โดยคำนึงถึงหลักความเท่าเทียมเป็นสำคัญ
นายจ้างจะกำหนดอัตราค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่พนักงานที่ทำงานอันมีลักษณะ คุณภาพ และปริมาณเท่ากัน หรืองานที่มีค่าเท่าเทียมกัน ในอัตราเท่ากัน ไม่ว่าพนักงานนั้นจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม
ข้อ 5 การยินยอมในการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
ในกรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นต้องให้พนักงานทำงานล่วงเวลาและ/หรือทำงานในวันหยุดตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ นายจ้างจะต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานก่อนเป็นคราว ๆ ไป เว้นแต่กรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานมีความจำเป็นต้องทำติดต่อกันไป หากหยุดจะเสียแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างอาจให้พนักงานทำงานล่วงเวลาและ/หรือทำงานในวันหยุดได้เท่าที่จำเป็นโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานก่อน
ความยินยอมจากพนักงานตามวรรคก่อน ให้จัดทำเป็นหนังสือและให้พนักงานลงลายมือชื่อในการให้ความยินยอมไว้ให้ชัดเจน
ข้อ 6 ค่าล่วงเวลาในวันทำงาน
ในกรณีที่พนักงานทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน นายจ้างจะจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่พนักงานในอัตราไม่น้อยกว่า ________ (________) เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่า ________ (________) เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ ในกรณีที่พนักงานได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 7 ค่าทำงานในวันหยุด
ในกรณีที่พนักงานทำงานในวันหยุด นายจ้างจะจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้แก่พนักงานในอัตรา ดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่พนักงานมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด นายจ้างจะจ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่า ________ (________) เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่า ________ (________) เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ ในกรณีที่พนักงานได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(ข) ในกรณีที่พนักงานไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด นายจ้างจะจ่ายไม่น้อยกว่า ________ (________) เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่า ________ (________) เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ ในกรณีที่พนักงานได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
ข้อ 8 ค่าล่วงเวลาในวันหยุด
ในกรณีที่พนักงานทำงานล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างจะจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่พนักงานในอัตราไม่น้อยกว่า ________ (________) เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่า ________ (________) เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ ในกรณีที่พนักงานได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 9 ข้อยกเว้นสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
นอกเหนือไปจากพนักงานทั่วไปของสถานประกอบกิจการที่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดอยู่แล้ว ให้พนักงานที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามนโยบายฉบับนี้
(ก) พนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง
(ข) พนักงานที่ทำงานเร่ขายหรือชักชวนซื้อสินค้าซึ่งนายจ้างได้จ่ายค่านายหน้าจากการขายสินค้าให้แก่พนักงานนั้น
(ค) พนักงานที่ทำงานขบวนการจัดงานรถไฟ ซึ่งได้แก่งานที่ทำบนขบวนรถและงานอำนวยความสะดวกแก่การเดินรถ
(ง) พนักงานที่ทำงานเปิดปิดประตูน้ำหรือประตูระบายน้ำ
(จ) พนักงานที่ทำงานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ
(ฉ) พนักงานที่ทำงานดับเพลิงหรืองานป้องกันอันตรายสาธารณะ
(ช) พนักงานที่ทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ และโดยลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอนได้
(ซ) พนักงานที่ทำงานอยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันมิใช่หน้าที่การทำงานปกติของพนักงาน
(ฌ) พนักงานที่ทำงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
ในกรณีตาม (ข) ถึง (ฌ) ข้างต้น ให้พนักงานยังคงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำนั้น
ข้อ 10 ข้อยกเว้นสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุด
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur.
ข้อ 11 การคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
เพื่อประโยชน์แก่การคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างจะใช้หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ ดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่พนักงานได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน หมายถึง ค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของ 30 (สามสิบ) และจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย
(ข) ในกรณีที่นายจ้างกำหนดเวลาทำงานปกติเป็นสัปดาห์ ให้นับวันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี และวันลา เป็นวันทำงานด้วย
(ค) ในกรณีที่พนักงานได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ให้คำนวณค่าจ้างในวันหยุดจากค่าจ้างโดยเฉลี่ยในวันทำงานที่พนักงานได้รับในงวดการจ่ายค่าจ้างก่อนวันที่หยุดนั้น
ข้อ 12 การจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
นายจ้างจะจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) ครั้ง โดยมีกำหนดระยะเวลาการจ่าย ดังต่อไปนี้
________
นายจ้างจะจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดเป็นเงินตราไทยเท่านั้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากพนักงานให้จ่ายเป็นตั๋วเงินหรือเงินตราต่างประเทศ
นายจ้างจะจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุด ณ สถานที่ทำงานของพนักงาน เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากพนักงานให้จ่าย ณ สถานที่อื่น หรือด้วยวิธีการอื่น
ความยินยอมจากพนักงานตามวรรคก่อน ให้จัดทำเป็นหนังสือและให้พนักงานลงลายมือชื่อในการให้ความยินยอม หรือมีข้อตกลงกันไว้ให้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อตกลงในสัญญาจ้างแรงงาน และ/หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ข้อ 13 วิธีการและขั้นตอนการดำเนินการ
ในกรณีที่นายจ้าง ผู้บังคับบัญชา และ/หรือหัวหน้างานมีความประสงค์จะให้พนักงานภายใต้บังคับบัญชาของตนทำงานล่วงเวลาและ/หรือทำงานในวันหยุดตามนโยบายฉบับนี้ ให้ดำเนินการตามวิธีการและขั้นตอน ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 14 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod.
ข้อ 15 ความสัมพันธ์กับกฎหมายและข้อบังคับอื่น
หากข้อความใดในนโยบายฉบับนี้ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายคุ้มครองแรงงานอันเป็นบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองพนักงาน ให้ถือว่าข้อความดังกล่าวมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย และให้ถือตามอัตราหรือสิทธิที่เป็นคุณแก่พนักงานยิ่งกว่าเป็นสำคัญ
อนึ่ง ให้นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ________ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือมีนโยบายเป็นอย่างอื่น
จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ________
ลงชื่อ_______________________ผู้ออกนโยบาย
________
ตำแหน่ง ________
________
ติดต่อ
________