บันทึกข้อตกลงการรับผิดชดใช้ความเสียหาย
บันทึกข้อตกลงการรับผิดชดใช้ความเสียหายฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "บันทึกข้อตกลง" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้ได้รับความคุ้มครอง" ฝ่ายหนึ่งกับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้รับผิดชดใช้" อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยที่ ผู้ได้รับความคุ้มครองและผู้รับผิดชดใช้ได้ดำเนินการให้บริการระหว่างกันอันมีรายละเอียดดังจะกล่าวต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
โดยที่ ผู้ได้รับความคุ้มครองมีความประสงค์จะได้รับความคุมครองจากความเสี่ยงภัยและความรับผิดจากความเสียหายต่างๆ อันเนื่องมาจากการให้บริการของผู้รับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และ
โดยที่ ผู้รับผิดชดใช้มีความประสงค์รับผิดชดใช้แทนผู้ได้รับความคุ้มครองในความเสี่ยงภัยและความรับผิดจากความเสียหายต่างๆ อันเนื่องมาจากการให้บริการดังกล่าว
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 มูลเหตุแห่งการรับผิดชดใช้ความเสียหาย
ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะปกป้องผู้ได้รับความคุ้มครองจากการกล่าวอ้างสิทธิ เรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชย ความรับผิดใดๆ โดยบุคคลภายนอก และผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชดใช้ความเสียหายและ/หรือค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้น อันเกิดจากและเกี่ยวเนื่องกับ การให้บริการ ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "มูลเหตุ"
ข้อ 2 การรับผิดชดใช้ความเสียหาย
ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะใช้ความพยายามอย่างที่สุด ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับผิดชดใช้เอง เพื่อปกป้องผู้ได้รับความคุ้มครองจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากมูลเหตุแห่งการรับผิดชดใช้ความเสียหายตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(ก) การปัดป้องผู้ได้รับความคุ้มครองจากข้อเรียกร้องดังกล่าว
(ข) การโต้แย้งข้อเรียกร้องนั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของผู้ได้รับความคุ้มครอง
(ค) การรับผิดชดใช้ความเสียหายแก่บุคคลภายนอกนั้นแทนผู้ได้รับความคุ้มครอง
(ง) การรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้น ในกรณีที่ ผู้ได้รับความคุ้มครองต้องชำระหนี้ใดๆ แก่บุคคลภายนอกนั้นไปตามคำพิพากษาของศาลหรือได้ชำระไปตามคำสั่งอื่นใดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "การรับผิดชดใช้"
ข้อ 3 ขอบเขตการรับผิดชดใช้ความเสียหาย
ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะรับผิดชดใช้ความเสียหายจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากมูลเหตุแห่งการรับผิดชดใช้ความเสียหายตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเป็น
(ก) ความเสียหายที่ปรากฏอันเป็นผลโดยตรงจากมูลเหตุแห่งการรับผิดชดใช้ความเสียหาย อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ทรัพย์สิน ค่าปรับ เงินค่าสินไหมทดแทนใดๆ
(ข) ความเสียหายอันเกี่ยวเนื่องมาจากมูลเหตุแห่งการรับผิดชดใช้ความเสียหาย อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าใช้จ่ายในการปัดป้อง โต้แย้ง เจรจาตกลง ไกล่เกลี่ย ประนีประนอมยอมความในข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดนั้น ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายอื่นตามจำเป็นและสมควรในการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทที่เกิดจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดนั้นๆ
โดย ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะรับผิดชดใช้ความเสียหายจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดดังกล่าวในวรรคก่อน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นไม่เกิน ________ บาท (________) ตลอด ระยะเวลาการรับผิดชดใช้ความเสียหายตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขการจำกัดจำนวนเงินในการรับผิดชดใช้ ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 4 ระยะเวลาการรับผิดชดใช้ความเสียหาย
ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะรับผิดชดใช้ความเสียหายจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดใดๆ ที่ปรากฏแก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น ________ (________) เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ ________ และสิ้นสุดในวันที่ ________ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ระยะเวลาการรับผิดชดใช้"
ข้อ 5 การยกเว้นการรับผิดชดใช้ความเสียหาย
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผู้รับผิดชดใช้ไม่จำต้องรับผิดชดใช้ในความเสียหายจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad minim veniam quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat duis aute.
ข้อ 6 การบอกกล่าวข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิด
ในกรณีที่ปรากฏแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองถึงข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดใดๆ จากบุคคลภายนอก ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับผิดชดใช้ทราบถึงข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้น โดยมิชักช้า ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า ________ (________) วัน นับจากวันที่ข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้นได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีเช่นนี้ ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการรับผิดชดใช้ความเสียหายของผู้รับผิดชดใช้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การเปิดเผยและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารสำคัญใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้นให้แก่ผู้รับผิดชดใช้ทั้งสิ้น
ข้อ 7 ดุลยพินิจการรับผิดชดใช้ความเสียหาย
ในกรณีที่ ผู้รับผิดชดใช้มีหน้าที่จะต้องรับผิดชดใช้ความเสียหายตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงให้มีหลักเกณฑ์ในการใช้ดุลยพินิจการรับผิดชดใช้ความเสียหาย ดังต่อไปนี้
(ก) ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะกำหนดจำนวนเงินการรับผิดชดใช้ในแต่ละกรณีโดยสอดคล้องกับและเป็นไปตามข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
(ข) ในกรณีที่ผู้ได้รับความคุ้มครองไม่เห็นด้วยกับการกำหนดจำนวนเงินการรับผิดชดใช้ในวรรคก่อนของผู้รับผิดชดใช้ คู่สัญญาตกลงกันเกี่ยวกับดุลยพินิจในการรับผิดชดใช้ความเสียหายของผู้รับผิดชดใช้ ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 8 การต่อสู้ในคดีความ
เมื่อผู้ได้รับความคุ้มครองได้บอกกล่าวข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหาให้ผู้รับผิดชดใช้ทราบตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้แล้ว ผู้รับผิดชดใช้ โดยดุลยพินิจของผู้รับผิดชดใช้แต่เพียงผู้เดียว อาจเข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาคดีความอันเกิดจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การให้การต่อสู้ในคดีความในนามผู้ได้รับความคุ้มครอง การให้การต่อสู้ในคดีความร่วมกับผู้ได้รับความคุ้มครอง
ในกรณีตามวรรคก่อน ผู้รับผิดชดใช้ ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับผิดชดใช้เอง ตกลงจะต่อสู้ในกระบวนการพิจารณาคดีดังกล่าว รวมถึง จัดหา และแต่งตั้งทนายความเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการว่าความและต่อสู้ในคดีความนั้นๆ โดยที่ ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะใช้ความระมัดระวัง การตรวจสอบดูแล และเแต่งตั้งทนายความที่มีความสามารถและเหมาะสมกับคดีความในเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นอย่างดี
ในกรณีที่ผู้รับผิดชดใช้จะเข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาคดีความอันเกิดจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้น และได้บอกกล่าวแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทราบแล้ว ผู้รับผิดชดใช้ไม่จำต้องรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีนั้นซึ่งผู้ได้รับความคุ้มครองได้ก่อขึ้นในภายหลังอีก อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าทนายความที่ผู้ได้รับความคุ้มครองต้องการจะจัดหาและแต่งตั้งเองในภายหลัง
ในกรณีที่ผู้รับผิดชดใช้ไม่เข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาคดีความอันเกิดจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้น ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีความเพื่อต่อสู้ข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้นอย่างวิญญูชนจะพึงจะปกป้องและสงวนสิทธิของตนเอง
ในกรณีตามวรรคก่อน ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชดใช้ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ในกระบวนการพิจารณาคดีดังกล่าวให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีความ ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามจำเป็นและสมควร
ข้อ 9 การทำประกันภัย
ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะจัดหา จัดทำ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดจากการจัดทำประกันภัย อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าตัวแทน ค่าธรรมเนียม และอากรต่างๆ (ถ้ามี)
โดยกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้รับผิดชดใช้จัดทำนั้น จะต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(ก) มีประเภทและขอบเขตความคุ้มครองต่อความเสี่ยงภัยที่สอดคล้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
(ข) มีระยะเวลาความคุ้มครองที่สอดคล้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
(ค) มีวงเงินเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า ________ บาท (________)
โดย เมื่อผู้รับผิดชดใช้ได้มีการจัดทำประกันภัยในวรรคก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะจัดส่งสําเนากรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเพื่อการจัดเก็บอ้างอิง
ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับผิดชดใช้มิได้จัดให้มีประกันภัยตามที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้ได้รับความคุ้มครอง โดยดุลยพินิจของผู้ได้รับความคุ้มครองแต่เพียงผู้เดียว อาจดำเนินการจัดหาและจัดทำประกันภัยดังกล่าว โดยผู้รับผิดชดใช้ตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดจากการจัดทำประกันภัยที่ผู้ได้รับความคุ้มครองได้ดำเนินการจัดหาและจัดทำดังกล่าวนั้นทั้งสิ้น
ข้อ 10 ข้อ 10 ภาษีและอากร
คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงรับผิดชอบในภาษี อากร และค่าธรรมเนียมต่างๆ อันเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคู่สัญญาฝ่ายนั้น
ในกรณีที่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ต้องนำส่งต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด คู่สัญญาฝ่ายที่มีหน้าที่ตามกฎหมายตกลงจะหักและนำส่งภาษีดังกล่าวต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
คู่สัญญาฝ่ายที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตกลงจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไว้เป็นหลักฐานทุกครั้งที่มีการหักภาษีดังกล่าว
อนึ่ง ในกรณีที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระตามที่กฎหมายกำหนด คู่สัญญาตกลงจะรับผิดชอบในภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 11 ค่าใช้จ่าย
ภายใต้ขอบเขตการรับผิดชดใช้ความเสียหาย ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้รับผิดชดใช้จะรับผิดชดใช้ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่สัญญาตกลงกันให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับผิดชดใช้เป็นการล่วงหน้า
โดย ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะให้ความยินยอมแก่ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่จำเป็นและสมควรทั้งสิ้น
เพื่อประโยชน์แห่งความชัดเจน คู่สัญญาตกลงให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(ก) ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการปัดป้องผู้ได้รับความคุ้มครองจากข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอก
(ข) ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการโต้แย้งข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอก โดยชอบด้วยกฎหมาย
(ค) ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการรับผิดชดใช้ความเสียหาย และ/หรือความรับผิดให้แก่บุคคลภายนอก
(ง) ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการบังคับให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ค่าใช้จ่าย"
ข้อ 12 เงินทดรองค่าใช้จ่าย
เมื่อผู้ได้รับความคุ้มครองร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะจัดให้มีเงินทดรองค่าใช้จ่ายซึ่งทดรองออกไว้ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเป็นการล่วงหน้า เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะทดรองออกให้ทั้งในจำนวนและภายในระยะเวลาที่เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่า ผู้รับผิดชดใช้ไม่จำต้องรับผิดในค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หรือไม่ปรากฏค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้อีกต่อไปและยังมีเงินทดรองค่าใช้จ่ายล่วงหน้าคงเหลือ ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะคืนเงินทดรองค่าใช้จ่ายล่วงหน้าส่วนดังกล่าวให้แก่ผู้รับผิดชดใช้ภายในระยะเวลาที่สมควร
ข้อ 13 การชำระค่าเงินชดใช้ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง
ในการชำระค่าเงินชดใช้ ค่าใช้จ่าย และ/หรือเงินใดๆ ที่ผู้รับผิดชดใช้จะต้องชำระให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชำระให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้นภายใน ________ (________) วันนับจากวันที่ผู้ได้รับความคุ้มครองได้รับหรือถือว่าได้รับหนังสือบอกกล่าวขอให้รับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จากผู้ได้รับความคุ้มครอง และ
ในการจัดทำหนังสือบอกกล่าวขอให้รับผิดชดใช้ในวรรคก่อน ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะจัดทำหนังสือบอกกล่าวขอให้รับผิดชดใช้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุประเภท รายการ รายละเอียด และจำนวนเงินความเสียหายและ/หรือค่าใช้จ่ายที่จะขอให้ผู้รับผิดชดใช้รับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยละเอียด
อนึ่ง ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชำระให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง โดย นำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร อันมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 14 การเก็บรักษาความลับ
ในการเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายอาจได้ล่วงรู้ หรือได้รับข้อมูลจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไว้เป็นความลับ ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการค้า และไม่ว่าจะมีมูลค่าหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจะไม่เปิดเผย ตีพิมพ์ ประกาศ รับรองการมีอยู่ หรือเผยแพร่ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลที่สาม ไม่ว่า ณ เวลาใด และไม่ว่าบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ก็ตาม ตลอดทั้งจะดำเนินการให้พนักงานและผู้รับจ้างช่วงของตนปฏิบัติตามข้อตกลงในการเก็บรักษาความลับนี้ด้วย เว้นแต่ การเปิดเผยนั้นเป็นการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) การปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ
(ข) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการล่วงหน้าจากคู่สัญญาฝ่ายเจ้าของข้อมูลนั้น
ข้อ 15 การร่วมและแยกกันรับผิดชดใช้
ในกรณีที่ปรากฏผู้รับผิดชดใช้หลายรายต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะร่วมกันรับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงนี้อย่างลูกหนี้ร่วม
ในกรณีเช่นนี้ โดยดุลยพินิจของผู้ได้รับความคุ้มครองแต่เพียงผู้เดียว ผู้ได้รับความคุ้มครองอาจเรียกให้ผู้รับผิดชดใช้เพียงคนใดคนหนึ่งหรือผู้รับผิดชดใช้ทุกรายรับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยสิ้นเชิงก็ได้
ข้อ 16 คำรับรองของคู่สัญญา
ในการเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้ได้รับความคุ้มครองและผู้รับผิดชดใช้ได้ให้คำรับรองไว้แก่กัน ดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore.
ข้อ 17 การสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลง
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้อาจสิ้นสุดลง ในกรณี ดังต่อไปนี้
(ก) เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการรับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และคู่สัญญามิได้ตกลงขยายระยะเวลาการรับผิดชดใช้ความเสียหายกันต่อไป
(ข) คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดปฏิบัติผิดบันทึกข้อตกลงข้อหนึ่งข้อใด และไม่แก้ไขเยียวยาภายใน 15 (สิบห้า) วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง และคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ได้ปฏิบัติผิดบันทึกข้อตกลงนั้นได้ใช้สิทธิบอกเลิกบันทึกข้อตกลง ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ
(ค) คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดปฏิบัติผิดบันทึกข้อตกลงในสาระสำคัญ และคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ได้ปฏิบัติผิดบันทึกข้อตกลงนั้นได้ใช้สิทธิบอกเลิกบันทึกข้อตกลง ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ
(ง) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกยึดทรัพย์ พิทักษ์ทรัพย์ หรือล้มละลายตามคำสั่งศาล
ข้อ 18 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ลำพัง ไม่ทำให้คู่สัญญาและพนักงานของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย มีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน หรือเป็นหุ้นส่วนกันตามกฎหมายหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด
ข้อ 19 การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
ข้อ 20 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าวและการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 21 ความเป็นที่สุดของบันทึกข้อตกลง
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใดๆ ที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่ทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้บังคับ
ข้อ 22 การแยกส่วนของบันทึกข้อตกลง
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 23 การบอกกล่าว
คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่าได้มีการส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 3 (สาม) วัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือตามที่อยู่ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้เป็นสำคัญ
ข้อ 24 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรและให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ด้วย
ข้อ 25 กฎหมายที่ใช้บังคับ
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายของประเทศไทย
ข้อ 26 การระงับข้อพิพาท
ข้อโต้เถียง ข้อขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลในประเทศไทย
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนาทุกประการ เพื่อเป็นหลักฐานจึงได้ลงลายมือชื่อ และประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญ
ลงชื่อ_______________________ผู้ได้รับความคุ้มครอง
________
ลงชื่อ_______________________ผู้รับผิดชดใช้
________