บันทึกข้อตกลงการรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
บันทึกข้อตกลงการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "บันทึกข้อตกลง" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชน/ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ โดยมี ________ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทน (กรณีเป็นนิติบุคคล) ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้ได้รับความคุ้มครอง" ฝ่ายหนึ่ง กับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชน/ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ โดยมี ________ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทน (กรณีเป็นนิติบุคคล) ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้รับผิดชดใช้" อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ขึ้น โดยมีข้อเท็จจริงและความประสงค์เบื้องต้น ดังต่อไปนี้
โดยที่ ผู้ได้รับความคุ้มครองและผู้รับผิดชดใช้ได้มีนิติสัมพันธ์ในการ________ ระหว่างกัน อันมีรายละเอียดดังจะกล่าวต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
โดยที่ ผู้ได้รับความคุ้มครองมีความประสงค์จะได้รับความคุ้มครองจากความเสี่ยงภัยและความรับผิดจากความเสียหายต่างๆ อันเนื่องมาจากการดังกล่าวของผู้รับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และ
โดยที่ ผู้รับผิดชดใช้มีความประสงค์รับผิดชดใช้แทนผู้ได้รับความคุ้มครองในความเสี่ยงภัยและความรับผิดจากความเสียหายต่างๆ อันเนื่องมาจากการดังกล่าว
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 มูลเหตุแห่งการรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
1.1 ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะปกป้องผู้ได้รับความคุ้มครองจากการกล่าวอ้างสิทธิ การเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทน หรือความรับผิดใดๆ โดยบุคคลภายนอก และผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชดใช้ค่าเสียหายและ/หรือค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้น อันเกิดจากและเกี่ยวเนื่องกับการ________ ดังต่อไปนี้
________
1.2 มูลเหตุตามข้อ 1.1 นี้ ต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "มูลเหตุ"
ข้อ 2 การรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะใช้ความพยายามอย่างที่สุด ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับผิดชดใช้เอง เพื่อปกป้องผู้ได้รับความคุ้มครองจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากมูลเหตุตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(ก) การปกป้องผู้ได้รับความคุ้มครองจากข้อเรียกร้องดังกล่าว
(ข) การโต้แย้งข้อเรียกร้องนั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของผู้ได้รับความคุ้มครอง
(ค) การรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลภายนอกนั้นแทนผู้ได้รับความคุ้มครอง
(ง) การรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้น ในกรณีที่ผู้ได้รับความคุ้มครองต้องชำระหนี้ใดๆ แก่บุคคลภายนอกนั้นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุด หรือได้ชำระไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือคำสั่งอื่นใดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "การรับผิดชดใช้"
ข้อ 3 ขอบเขตการรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
3.1 ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากมูลเหตุตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเป็น
(ก) ความเสียหายที่เป็นผลโดยตรงจากมูลเหตุ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ค่าปรับ และค่าสินไหมทดแทนใดๆ
(ข) ความเสียหายอันเกี่ยวเนื่องมาจากมูลเหตุ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าใช้จ่ายในการปกป้อง โต้แย้ง เจรจา ไกล่เกลี่ย ประนีประนอมยอมความในข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดนั้น ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายอื่นตามจำเป็นและสมควรในการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทที่เกิดจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดนั้นๆ
3.2 ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามข้อ 3.1 เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้นไม่เกิน ________ บาท (________) ตลอดระยะเวลาการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขการจำกัดจำนวนเงินในการรับผิดชดใช้ ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 4 ระยะเวลาการรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดใดๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น ________ (________) เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ ________ และสิ้นสุดในวันที่ ________ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ระยะเวลาการรับผิดชดใช้" ทั้งนี้ การใช้สิทธิเรียกร้องตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้เป็นไปภายในกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อ 5 การยกเว้นการรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผู้รับผิดชดใช้ไม่จำต้องรับผิดชดใช้ในค่าเสียหายจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad minim veniam quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat.
ข้อ 6 การบอกกล่าวข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิด
6.1 ในกรณีที่ปรากฏแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองถึงข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดใดๆ จากบุคคลภายนอก ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับผิดชดใช้ทราบถึงข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้นโดยมิชักช้า ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า ________ (________) วัน นับจากวันที่ผู้ได้รับความคุ้มครองทราบถึงข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้น
6.2 ในกรณีเช่นนี้ ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของผู้รับผิดชดใช้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การเปิดเผยและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารสำคัญใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้นให้แก่ผู้รับผิดชดใช้ทั้งสิ้น
ข้อ 7 ดุลพินิจการรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
ในกรณีที่ผู้รับผิดชดใช้มีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงให้มีหลักเกณฑ์ในการใช้ดุลพินิจการรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ดังต่อไปนี้
(ก) ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะกำหนดจำนวนเงินการรับผิดชดใช้ในแต่ละกรณีโดยสอดคล้องกับและเป็นไปตามข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
(ข) ในกรณีที่ผู้ได้รับความคุ้มครองไม่เห็นด้วยกับการกำหนดจำนวนเงินการรับผิดชดใช้ในวรรคก่อนของผู้รับผิดชดใช้ คู่สัญญาตกลงกันเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของผู้รับผิดชดใช้ ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 8 การต่อสู้ในคดีความ
8.1 เมื่อผู้ได้รับความคุ้มครองได้บอกกล่าวข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหาให้ผู้รับผิดชดใช้ทราบตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้แล้ว ผู้รับผิดชดใช้ โดยดุลพินิจของผู้รับผิดชดใช้แต่เพียงผู้เดียว อาจเข้าร่วมในกระบวนพิจารณาคดีความอันเกิดจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การให้การต่อสู้คดีในนามผู้ได้รับความคุ้มครอง หรือการให้การต่อสู้คดีร่วมกับผู้ได้รับความคุ้มครอง
8.2 ในกรณีตามข้อ 8.1 ผู้รับผิดชดใช้ ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับผิดชดใช้เอง ตกลงจะต่อสู้ในกระบวนพิจารณาคดีดังกล่าว รวมถึงจัดหาและแต่งตั้งทนายความเพื่อปฏิบัติหน้าที่ว่าความและต่อสู้คดีนั้น โดยผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบดูแลและแต่งตั้งทนายความที่มีความสามารถและเหมาะสมกับคดีดังกล่าวเป็นอย่างดี
8.3 ในกรณีที่ผู้รับผิดชดใช้จะเข้าร่วมในกระบวนพิจารณาคดีและได้บอกกล่าวแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทราบแล้ว ผู้รับผิดชดใช้ไม่จำต้องรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดขึ้นเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาคดีนั้นซึ่งผู้ได้รับความคุ้มครองได้ก่อขึ้นเองในภายหลัง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าทนายความที่ผู้ได้รับความคุ้มครองจัดหาและแต่งตั้งเองในภายหลัง
8.4 ในกรณีที่ผู้รับผิดชดใช้ไม่เข้าร่วมในกระบวนพิจารณาคดี ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีเพื่อต่อสู้ข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดที่ถูกกล่าวหานั้นอย่างวิญญูชนพึงจะปกป้องและสงวนสิทธิของตน และผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชดใช้ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้คดีดังกล่าวให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามจำเป็นและสมควร
ข้อ 9 การทำประกันภัย
9.1 ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะจัดหา จัดทำ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดจากการจัดทำประกันภัย อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าตัวแทน ค่าธรรมเนียม และอากรต่างๆ (ถ้ามี)
9.2 กรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้รับผิดชดใช้จัดทำนั้น จะต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(ก) มีประเภทและขอบเขตความคุ้มครองต่อความเสี่ยงภัยที่สอดคล้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
(ข) มีระยะเวลาความคุ้มครองที่สอดคล้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
(ค) มีวงเงินเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า ________ บาท (________)
9.3 เมื่อผู้รับผิดชดใช้ได้จัดทำประกันภัยตามข้อ 9.2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะจัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเพื่อการจัดเก็บอ้างอิง
9.4 ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับผิดชดใช้มิได้จัดให้มีประกันภัยตามที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้ได้รับความคุ้มครอง โดยดุลพินิจของผู้ได้รับความคุ้มครองแต่เพียงผู้เดียว อาจดำเนินการจัดหาและจัดทำประกันภัยดังกล่าว โดยผู้รับผิดชดใช้ตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดจากการจัดทำประกันภัยที่ผู้ได้รับความคุ้มครองได้ดำเนินการดังกล่าวนั้นทั้งสิ้น
ข้อ 10 ภาษีและอากร
10.1 คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงรับผิดชอบในภาษี อากร และค่าธรรมเนียมต่างๆ อันเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคู่สัญญาฝ่ายนั้น
10.2 ในกรณีที่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ต้องนำส่งต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด คู่สัญญาฝ่ายที่มีหน้าที่ตามกฎหมายตกลงจะหักและนำส่งภาษีดังกล่าวต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และตกลงจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไว้เป็นหลักฐานทุกครั้งที่มีการหักภาษีดังกล่าว
10.3 ในกรณีที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระตามที่กฎหมายกำหนด คู่สัญญาตกลงจะรับผิดชอบในภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
ข้อ 11 ค่าใช้จ่าย
11.1 ภายใต้ขอบเขตการรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้รับผิดชดใช้จะรับผิดชดใช้ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่สัญญาตกลงกันว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับผิดชดใช้เป็นการล่วงหน้า โดยผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะให้ความยินยอมแก่ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่จำเป็นและสมควรทั้งสิ้น
11.2 เพื่อประโยชน์แห่งความชัดเจน คู่สัญญาตกลงให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(ก) ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการปกป้องผู้ได้รับความคุ้มครองจากข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอก
(ข) ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการโต้แย้งข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอกโดยชอบด้วยกฎหมาย
(ค) ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายและ/หรือความรับผิดให้แก่บุคคลภายนอก
(ง) ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการบังคับให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ค่าใช้จ่าย"
ข้อ 12 เงินทดรองค่าใช้จ่าย
12.1 เมื่อผู้ได้รับความคุ้มครองร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะจัดให้มีเงินทดรองค่าใช้จ่ายซึ่งทดรองออกไว้ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเป็นการล่วงหน้า เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับความคุ้มครองตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งในจำนวนและภายในระยะเวลาที่เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายดังกล่าว
12.2 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่า ผู้รับผิดชดใช้ไม่จำต้องรับผิดในค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หรือไม่ปรากฏค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรอีกต่อไป และยังมีเงินทดรองค่าใช้จ่ายล่วงหน้าคงเหลือ ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะคืนเงินทดรองค่าใช้จ่ายล่วงหน้าส่วนดังกล่าวให้แก่ผู้รับผิดชดใช้ภายในระยะเวลาที่สมควร
ข้อ 13 การชำระเงินชดใช้ให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง
13.1 ในการชำระเงินชดใช้ ค่าใช้จ่าย และ/หรือเงินใดๆ ที่ผู้รับผิดชดใช้จะต้องชำระให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชำระให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้น ภายใน ________ (________) วัน นับจากวันที่ผู้รับผิดชดใช้ได้รับหรือถือว่าได้รับหนังสือบอกกล่าวขอให้รับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จากผู้ได้รับความคุ้มครอง
13.2 ในการจัดทำหนังสือบอกกล่าวขอให้รับผิดชดใช้ตามข้อ 13.1 ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุประเภท รายการ รายละเอียด และจำนวนเงินความเสียหายและ/หรือค่าใช้จ่ายที่จะขอให้ผู้รับผิดชดใช้รับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยละเอียด
13.3 ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชำระให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง โดย ________ อันมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
________
13.4 ในกรณีที่ผู้รับผิดชดใช้ผิดนัดไม่ชำระเงินตามกำหนดในข้อ 13.1 ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะชำระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราตามที่กฎหมายกำหนดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น
ข้อ 14 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการเก็บรักษาความลับ
14.1 ในการเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายอาจได้ล่วงรู้หรือได้รับข้อมูลจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไว้เป็นความลับ ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการค้า และจะไม่เปิดเผย ตีพิมพ์ ประกาศ หรือเผยแพร่ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลที่สาม ไม่ว่า ณ เวลาใด และไม่ว่าบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ก็ตาม ตลอดทั้งจะดำเนินการให้พนักงานและผู้รับจ้างช่วงของตนปฏิบัติตามข้อตกลงในการเก็บรักษาความลับนี้ด้วย เว้นแต่
(ก) การปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือศาลโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ
(ข) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการล่วงหน้าจากคู่สัญญาฝ่ายเจ้าของข้อมูลนั้น
14.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง โดยจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 15 การร่วมและแยกกันรับผิดชดใช้
15.1 ในกรณีที่ปรากฏผู้รับผิดชดใช้หลายรายต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะร่วมกันรับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงนี้อย่างลูกหนี้ร่วม
15.2 ในกรณีเช่นนี้ โดยดุลพินิจของผู้ได้รับความคุ้มครองแต่เพียงผู้เดียว ผู้ได้รับความคุ้มครองอาจเรียกให้ผู้รับผิดชดใช้เพียงคนใดคนหนึ่งหรือผู้รับผิดชดใช้ทุกรายรับผิดชดใช้ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยสิ้นเชิงก็ได้
ข้อ 16 คำรับรองของคู่สัญญา
ในการเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้ได้รับความคุ้มครองและผู้รับผิดชดใช้ได้ให้คำรับรองไว้แก่กัน ดังต่อไปนี้
(ก) คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีอำนาจและความสามารถตามกฎหมายในการเข้าทำและปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย
(ข) ผู้รับผิดชดใช้ตกลงจะใช้ความพยายามอย่างที่สุด เพื่อปกป้องและคุ้มครองผู้ได้รับความคุ้มครองจากข้อเรียกร้องและ/หรือความรับผิดตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ทั้งสิ้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การปกป้อง โต้แย้งข้อเรียกร้อง และ/หรือรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดแก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง (ถ้ามี)
(ค) ผู้ได้รับความคุ้มครองตกลงจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการให้ความร่วมมือและสนับสนุนแก่ผู้รับผิดชดใช้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การบอกกล่าวแก่ผู้รับผิดชดใช้โดยมิชักช้าภายในระยะเวลาที่กำหนด และการเปิดเผยและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารสำคัญใดๆ ที่เกี่ยวข้องอันอยู่ในความครอบครองของผู้ได้รับความคุ้มครองให้แก่ผู้รับผิดชดใช้ทั้งสิ้น
ข้อ 17 การสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลง
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้อาจสิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad.
ทั้งนี้ การสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่กระทบต่อสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดที่เกิดขึ้นแล้วก่อนวันที่บันทึกข้อตกลงสิ้นสุดลง
ข้อ 18 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยลำพังไม่ทำให้คู่สัญญาและพนักงานของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีความสัมพันธ์ในฐานะนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน หรือเป็นหุ้นส่วนกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใด
ข้อ 19 การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
ข้อ 20 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 21 ความเป็นที่สุดของบันทึกข้อตกลง
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใดๆ ที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่ทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้บังคับ
ข้อ 22 การแยกส่วนของบันทึกข้อตกลง
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 23 การบอกกล่าว
คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่าได้มีการส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 3 (สาม) วัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือตามที่อยู่ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้เป็นสำคัญ
ข้อ 24 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ด้วย
ข้อ 25 กฎหมายที่ใช้บังคับ
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายของราชอาณาจักรไทย
ข้อ 26 การระงับข้อพิพาท
บรรดาข้อโต้เถียงหรือข้อขัดแย้งใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงให้เสนอข้อพิพาทดังกล่าวต่อ ________ เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ_______________________ผู้ได้รับความคุ้มครอง
(________)
ลงชื่อ_______________________ผู้รับผิดชดใช้
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)