บันทึกข้อตกลงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
บันทึกข้อตกลงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "บันทึกข้อตกลง" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "คู่พิพาทฝ่ายที่ 1" หรือ "________" ฝ่ายหนึ่งกับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "คู่พิพาทฝ่ายที่ 2" หรือ "________" อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยที่ คู่พิพาททั้งสองฝ่ายได้มีข้อพิพาทระหว่างกัน
โดยที่ คู่พิพาททั้งสองฝ่ายต่างต้องการจะระงับข้อพิพาทดังกล่าวด้วยการไกล่เกลี่ยระหว่างกัน โดยผู้ไกล่เกลี่ย และ
โดยที่ คู่พิพาททั้งสองฝ่ายต่างได้ตกลงจะไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างกัน โดยผู้ไกล่เกลี่ย
คู่พิพาททั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไว้ต่อหน้าผู้ไกล่เกลี่ย โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อพิพาท
ตามที่คู่พิพาททั้งสองฝ่ายได้กระทำการ/ดำเนินการระหว่างกัน ดังต่อไปนี้ อันเป็นมูลเหตุแห่งข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
________
ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ข้อพิพาท"
ข้อ 2 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
คู่พิพาททั้งสองฝ่ายต่างมีความประสงค์ร่วมกัน โดยสมัครใจ ที่จะระงับข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ด้วยการไกล่เกลี่ยระหว่างกัน โดยผู้ไกล่เกลี่ย โดยที่
(ก) คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมกันไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยสุจริต ด้วยความพยายามอย่างที่สุด เพื่อบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยุติและ/หรือระงับข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
(ข) คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมกันแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ยซึ่งเป็นคนกลางในการช่วยเจรจา ต่อรอง ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รวมถึงช่วยในการบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างคู่พิพาททั้งสองฝ่ายเพื่อการยุติและ/หรือระงับข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
(ค) คู่พิพาททั้งสองฝ่ายต่างตกลงและรับทราบดีว่าผู้ไกล่เกลี่ยจะเป็นผู้มีหน้าที่เพียงช่วยเหลือในการเจรจา ต่อรอง ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รวมถึงการบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างคู่พิพาททั้งสองฝ่ายด้วยเจตนาและความยินยอมของคู่พิพาทนั้นๆ เอง เท่านั้น โดยที่ผู้ไกล่เกลี่ยจะไม่มีอำนาจและ/หรือสิทธิใดๆ ในการชี้ขาดและ/หรือตัดสินข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท"
ข้อ 3 ผู้ไกล่เกลี่ย
คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ ________ เป็นคนกลางเพื่อดำเนินการช่วยเหลือในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งเป็นบุคคลผู้ไม่มีส่วนได้เสียในข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้ไกล่เกลี่ย"
ข้อ 4 อำนาจหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย
โดยคู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ ผู้ไกล่เกลี่ยมีอำนาจหน้าที่ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad minim veniam quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex.
ข้อ 5 บันทึกการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
โดยในวันที่ทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่พิพาททั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการเจรจา ต่อรอง ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รวมถึงบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างคู่พิพาททั้งสองฝ่ายเบื้องต้นเพื่อระงับข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 6 ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอันจำเป็นและสมควรตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ (ถ้ามี) อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าบำเหน็จและ/หรือค่าธรรมเนียมผู้ไกล่เกลี่ย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสถานที่และการดำเนินการในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมกันรับผิดชอบฝ่ายละเท่าๆ กัน ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเรียกว่า "ค่าใช้จ่าย"
ข้อ 7 การจัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความ
เพื่อระงับข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้และเพื่อให้ข้อตกลงการไกล่เกลี่ยระหว่างคู่พิพาททั้งสองฝ่ายตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงจะดำเนินการจัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 8 การเก็บรักษาความลับ
ในการเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่พิพาทแต่ละฝ่ายอาจได้ล่วงรู้ หรือได้รับข้อมูลจากคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่ง คู่พิพาททั้งสองฝ่ายต่างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลของคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งไว้เป็นความลับ ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการค้า และไม่ว่าจะมีมูลค่าหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจะไม่เปิดเผย ตีพิมพ์ ประกาศ รับรองการมีอยู่ หรือเผยแพร่ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลที่สาม หรือต่อศาลในการพิจารณาคดี ไม่ว่า ณ เวลาใด และไม่ว่าบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ก็ตาม ตลอดทั้งจะดำเนินการให้พนักงานและผู้รับจ้างช่วงของตนปฏิบัติตามข้อตกลงในการเก็บรักษาความลับนี้ด้วย เว้นแต่ การเปิดเผยนั้นเป็นการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) การปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย
(ข) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการล่วงหน้าจากคู่พิพาทฝ่ายเจ้าของข้อมูลนั้น หรือ
(ค) คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันให้เปิดเผยข้อมูลและ/หรือข้อเท็จจริงนั้นได้ ทั้งนี้ ตามขอบเขตที่กำหนด
ข้อ 9 คำรับรองของคู่พิพาท
ในการเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่พิพาททั้งสองฝ่ายได้ให้คำรับรองไว้แก่กัน ดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad minim veniam quis.
ข้อ 10 การสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลง
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้อาจสิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้
(ก) ไม่ว่า ณ เวลาใดๆ คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงความประสงค์ที่จะไม่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้อีกต่อไป โดยแจ้งให้คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งและ/หรือผู้ไกล่เกลี่ยทราบ
(ข) เมื่อผู้ไกล่เกลี่ยเห็นว่าคู่พิพาททั้งสองฝ่ายไม่อาจสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างกันเพื่อยุติและ/หรือระงับข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ได้อีกต่อไป
(ค) คู่พิพาททั้งสองฝ่ายและผู้ไกล่เกลี่ยตกลงร่วมกันยุติการเกลี่ยข้อพิพาทตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 11 การโอนสิทธิและหน้าที่
คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
ข้อ 12 ความสมบูรณ์ของบันทึกข้อตกลง
คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงและรับรองว่าตนเป็นผู้มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายในการเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และข้อความตลอดจนข้อตกลงต่างๆ ที่ปรากฏในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่พิพาททั้งสองฝ่ายให้ต้องปฏิบัติตามทุกประการ
ข้อ 13 การสละสิทธิ
การที่คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าคู่พิพาทฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าวและการที่คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 14 ความเป็นที่สุดของบันทึกข้อตกลง
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่พิพาททั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใดๆ ที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่ทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ระหว่างคู่พิพาทที่เกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้บังคับ
ข้อ 15 การแยกส่วนของบันทึกข้อตกลง
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่พิพาทตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่พิพาทอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 16 การบอกกล่าว
คู่พิพาทตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่าได้มีการส่งไปยังที่อยู่ของคู่พิพาทแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่พิพาทฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่พิพาทอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 3 (สาม) วัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือตามที่อยู่ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้เป็นสำคัญ
ข้อ 17 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่พิพาททั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรและให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ด้วย
ข้อ 18 กฎหมายที่ใช้บังคับ
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายของประเทศไทย
ข้อ 19 การระงับข้อพิพาท
ข้อโต้เถียง ข้อขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หากคู่พิพาทไม่สามารถตกลงกันได้ คู่พิพาทตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลในประเทศไทย
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ คู่พิพาททั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งบันทึกข้อตกลงฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนาทุกประการ เพื่อเป็นหลักฐานจึงได้ลงลายมือชื่อ และประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญต่อหน้าผู้ไกล่เกลี่ย
ลงชื่อ_______________________คู่พิพาทฝ่ายที่ 1
________
ลงชื่อ_______________________คู่พิพาทฝ่ายที่ 2
________
ลงชื่อ_______________________ผู้ไกล่เกลี่ย
________