นโยบายว่าด้วยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) - ตัวอย่างแบบฟอร์ม Word และ PDF Pro · TH-law
✓ Valid in Thailand · drafted to comply with local law
Create your นโยบายว่าด้วยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) - ตัวอย่างแบบฟอร์ม Word และ PDF for use in Thailand. Answer a few plain-English questions and the document fills in automatically as you go — then download it in Word and PDF, ready to sign or share. This version has been professionally rewritten to comply with local law.
- Answer 14 simple questions — the document fills in as you go
- Live preview: watch your document update in real time
- Download as Word (.docx) and PDF
- Edit your answers and re-download anytime
Fill in the details
0/14Type below — the document on the right updates as you go.
________
________
นโยบาย ________
เรื่อง การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)
ฉบับที่ ________
โดยที่นายจ้างประสงค์จะกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของพนักงาน ผู้ปฏิบัติงาน และ/หรือบุคลากรของกิจการ เพื่อให้เป็นระเบียบเดียวกันและเป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นายจ้างจึงออกนโยบายเรื่อง การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) โดยมีรายละเอียดและสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 วัตถุประสงค์
นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังต่อไปนี้
ข้อ 2 คำนิยาม
ภายในนโยบายฉบับนี้
(ก) "นายจ้าง" หมายความว่า ________ โดย ________ ตำแหน่ง ________ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ถือบัตรประจำตัวประชาชน/หนังสือรับรองนิติบุคคลเลขที่ ________ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ________ สำนักงานตั้งอยู่ที่ ________
(ข) "สถานประกอบกิจการ" หรือ "กิจการ" หมายความว่า หน่วยงานและ/หรือสถานที่ของนายจ้างที่มีพนักงานทำงานอยู่ในหน่วยงานและ/หรือสถานที่นั้นๆ
(ค) "พนักงาน" หมายความว่า พนักงาน ลูกจ้าง ผู้ปฏิบัติงาน และ/หรือบุคลากรของนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นการจ้างในลักษณะใด
(ง) "สื่อสังคมออนไลน์" หรือ "Social Media" หมายความว่า เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดังต่อไปนี้
(1) เว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดเห็นและ/หรืออภิปรายระหว่างกันได้ (Communication) อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เว็บไซต์กระดานข่าว (Webboard) กระทู้ออนไลน์ Pantip บล็อก WordPress
(2) เว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชันเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง Facebook LINE WhatsApp Skype Twitter/X Instagram TikTok
(3) เว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้งานสามารถเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเนื้อหาและ/หรือข้อมูล อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง YouTube Dropbox Google Drive Microsoft OneDrive
(4) เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่ผู้ใช้งานสามารถนำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหาได้ด้วยตัวของผู้ใช้งานเอง (User-generated Content) ไม่ว่าระหว่างบุคคลใดบุคคลหนึ่ง กลุ่มบุคคล หรือต่อสาธารณะ (Social Interaction)
(จ) "เนื้อหา" หมายความว่า ข้อความ ตัวอักษร บทความ ความคิดเห็น บทวิเคราะห์ รูปภาพ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ ภาพยนตร์ ข้อความเสียง เสียง สิ่งบันทึกเสียง ไฟล์ข้อมูล การออกแบบ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือการสื่อสารไม่ว่าในลักษณะ รูปแบบ และวิธีใดๆ และไม่ว่าเนื้อหานั้นจะมีการจำกัดการเข้าถึงหรือไม่ก็ตาม
(ฉ) "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลตามนิยามในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อ 3 แนวปฏิบัติทั่วไปในการใช้สื่อสังคมออนไลน์
ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ไม่ว่าในกรณีใดๆ ให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามแนวปฏิบัติทั่วไป ดังต่อไปนี้
(ก) เนื้อหาใดๆ ที่นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนบนสื่อสังคมออนไลน์ย่อมมีความผูกพันต่อตัวพนักงานผู้นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหานั้น และพนักงานผู้นั้นย่อมมีความรับผิดชอบต่อเนื้อหาดังกล่าวทั้งตามกฎหมายและตามสังคม
(ข) เนื้อหาใดๆ ที่นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนบนสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่ามีการจำกัดการเข้าถึงหรือไม่ก็ตาม ย่อมอาจเข้าถึงได้โดยสาธารณะ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม และอาจส่งผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ได้ พนักงานผู้นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหานั้นจึงควรใช้ความระมัดระวังและวิจารณญาณในการทบทวนและตรวจสอบเนื้อหาอย่างถี่ถ้วน เพื่อมิให้เนื้อหานั้นมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) เนื้อหาที่เป็นเท็จ เกินความจริง บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลเท็จ (False Claim) ข่าวปลอม (Fake News)
(2) เนื้อหาที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
(3) เนื้อหาที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ
(4) เนื้อหาที่ทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน
(5) เนื้อหาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและ/หรือความรำคาญ
(6) เนื้อหาที่อาจทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย อันอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ยกเว้นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ
(7) เนื้อหาที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า สิทธิบัตร
(8) เนื้อหาที่อาจขัดต่อกฎหมาย อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประมวลกฎหมายอาญา
(9) เนื้อหาที่อาจประกอบด้วยข้อมูลซึ่งพนักงานนั้นมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับ ไม่ว่าตามกฎหมายและ/หรือตามสัญญา รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
(10) เนื้อหาที่อาจขัดต่อมาตรฐานวิชาชีพและ/หรือจรรยาบรรณวิชาชีพของพนักงานผู้นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหานั้น (ถ้ามี)
(ค) พนักงานผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ควรยึดหลักการแบ่งแยกระหว่างการใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวและการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการทำงาน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การใช้บัญชีผู้ใช้ส่วนตัว (Personal Account) สำหรับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว
(ง) พนักงานผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้นๆ ด้วย อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้เว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์นั้น
(จ) ในกรณีที่พนักงานพบเห็นการนำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหา หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อนโยบายฉบับนี้ ให้พนักงานผู้พบเห็นแจ้งให้ผู้รับผิดชอบตามนโยบายฉบับนี้ทราบโดยมิชักช้า เพื่อดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขให้เป็นไปตามนโยบายฉบับนี้ต่อไป
ข้อ 4 บัญชีทางการ (Official Account)
เพื่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในการประชาสัมพันธ์กิจการ ให้จัดให้มีบัญชีทางการ (Official Account) ของกิจการในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(ก) วัตถุประสงค์
การจัดให้มีบัญชีทางการของกิจการในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
________
(ข) แนวทางและวิธีการดำเนินการ
การจัดให้มีบัญชีทางการของกิจการในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ให้ดำเนินการตามแนวทางและวิธีการ ดังต่อไปนี้
________
(ค) อำนาจและหน้าที่
การดำเนินการใดๆ ผ่านบัญชีทางการของกิจการในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การโพสต์เนื้อหา แชร์ รีวิว การโฆษณาประชาสัมพันธ์ (Campaign) การจัดรายการส่งเสริมการขาย (Promotion) การบริหารจัดการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การว่าจ้างบุคคลสาธารณะเพื่อการประชาสัมพันธ์ (Influencer) ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 5 การใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยบัญชีทางการ (Official Account)
ภายใต้ข้อกำหนดในข้อก่อนเรื่องบัญชีทางการ และนอกเหนือไปจากแนวปฏิบัติทั่วไปในการใช้สื่อสังคมออนไลน์แล้ว ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยบัญชีทางการ ให้พนักงานผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลบัญชีทางการ (Administrator) ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้
(ก) บัญชีทางการในสื่อสังคมออนไลน์ใดๆ ของนายจ้างย่อมถือเป็นสิทธิเด็ดขาดของนายจ้าง โดยนายจ้างมีสิทธิความเป็นเจ้าของและสิทธิบริหารจัดการบัญชีทางการดังกล่าวโดยเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว
(ข) สิทธิเด็ดขาดในบัญชีทางการในวรรคก่อนหมายความรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เพื่อน ผู้ติดตาม ข้อมูลการติดต่อ การสนทนาโต้ตอบในกล่องข้อความ ช่องแสดงความคิดเห็น เนื้อหา หรือข้อมูลทางการค้าใดๆ ที่เกิดขึ้นและ/หรือได้รับมาอันเนื่องมาจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยบัญชีทางการดังกล่าว
(ค) พนักงานผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลบัญชีทางการนั้นใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยบัญชีทางการในนามของนายจ้างในฐานะตัวแทนของนายจ้างในการดำเนินการใช้ประโยชน์ให้เป็นไปตามนโยบายฉบับนี้
ในกรณีที่ความเป็นผู้ดูแลบัญชีทางการของพนักงานนั้นสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ความเป็นพนักงานสิ้นสุดลง การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ พนักงานนั้นจะต้องยุติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยบัญชีทางการของนายจ้างและส่งมอบคืนซึ่งข้อมูลใดๆ ที่อยู่ในความครอบครองเกี่ยวกับบัญชีทางการคืนให้แก่นายจ้างในทันที
(ง) พนักงานผู้ดูแลบัญชีทางการจะใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยบัญชีทางการเพื่อประโยชน์ทางการค้าของนายจ้างและ/หรือของกิจการเท่านั้น
(จ) พนักงานผู้ดูแลบัญชีทางการจะไม่นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยน รวมถึงตอบโต้ เนื้อหาที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) เนื้อหาที่มีลักษณะการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพและไม่ให้ความเคารพแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด
(2) เนื้อหาที่มีลักษณะเป็นการโต้เถียง โต้คารม ยอกย้อน ทะเลาะกับลูกค้า อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง
(3) เนื้อหาที่มีลักษณะไม่เหมาะสมกับบริบททางสังคมในสถานการณ์และช่วงเวลาเช่นนั้น
(4) เนื้อหาที่มีลักษณะลามกอนาจาร
(5) เนื้อหาที่มีลักษณะเป็นข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ การให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน การให้คำมั่นว่าจะให้หรือจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือการให้สัญญาใดๆ แก่ลูกค้า เว้นแต่เนื้อหาดังกล่าวจะได้รับความเห็นชอบและ/หรือได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้
(6) เนื้อหาที่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ การล่วงละเมิด และ/หรือการคุกคาม ไม่ว่าด้วยเหตุเพราะความแตกต่างในเรื่องอาชีพ ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ สัญชาติ ภาษา สีผิว เพศ เพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ อายุ สถานภาพสมรส ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สภาวะทางพันธุกรรม สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา ลัทธิ ปรัชญา การศึกษาอบรม ความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใดอันเป็นการไม่เคารพต่อสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
(7) เนื้อหาที่มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวหรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลหนึ่งบุคคลใดอันขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
(8) เนื้อหาที่มีลักษณะเป็นการเปิดเผยข้อมูลทางการค้าของนายจ้างและ/หรือของกิจการอันอาจทำให้นายจ้างและ/หรือกิจการเสียประโยชน์ทางการค้า อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง รายชื่อลูกค้า รายชื่อคู่ค้า แผนการตลาด ยอดขาย ข้อมูลทางการเงิน ความลับทางการค้า
(9) เนื้อหาที่มีลักษณะขัดต่อประกาศ คำสั่ง หรือนโยบายฉบับอื่นของนายจ้างที่ได้ประกาศบังคับใช้
(ฉ) ในการใช้ตราสัญลักษณ์ ชื่อยี่ห้อ ชื่อกิจการ เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า ชื่อและ/หรือเครื่องหมายอื่นใดอันสามารถสื่อถึงนายจ้าง กิจการ สินค้าและ/หรือบริการ พนักงานผู้ดูแลบัญชีทางการจะต้องใช้ชื่อและ/หรือเครื่องหมายนั้นตามที่นายจ้างกำหนด โดยไม่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ดัดแปลง หรือต่อเติม
(ช) ในกรณีที่ปรากฏข้อซักถามจากลูกค้าผ่านบัญชีทางการ พนักงานผู้ดูแลบัญชีทางการจะดำเนินการให้ข้อมูล ตอบกลับ และ/หรือสนทนาโต้ตอบลูกค้าโดยมิชักช้าภายในระยะเวลาอันสมควรแก่กรณี
(ซ) พนักงานผู้ดูแลบัญชีทางการจะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการปิดกั้นการมีส่วนร่วมระหว่างลูกค้าและบัญชีทางการ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การลบความคิดเห็น การปิดกั้นการเข้าถึง เว้นแต่นายจ้างจะกำหนดเป็นอย่างอื่นในแต่ละกรณี
(ฌ) ในกรณีที่พบเห็นการนำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหาที่เป็นเท็จ เกินความจริง บิดเบือนหรือปลอมเกี่ยวกับนายจ้างและ/หรือกิจการ หรือเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ให้พนักงานผู้ดูแลบัญชีทางการดำเนินการแก้ไขด้วยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องในทันที
(ญ) พนักงานผู้ดูแลบัญชีทางการจะใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยบัญชีทางการโดยสอดคล้องกับแนวปฏิบัติ ข้อกำหนด แนวทางการทำงาน และ/หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานที่นายจ้างอาจกำหนดเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากนโยบายฉบับนี้
ข้อ 6 การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว
ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในกรณีส่วนตัว ให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามแนวปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(ก) เนื้อหาใดๆ ที่นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนบนสื่อสังคมออนไลน์ พนักงานผู้นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหานั้นจะต้องปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ตราบเท่าที่สามารถใช้บังคับได้แก่กรณี
(ข) พนักงานจะต้องไม่นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหาที่อาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นเนื้อหาที่ผ่านการเห็นชอบของนายจ้างและ/หรือของกิจการ หรือเป็นเนื้อหาที่กระทำการในฐานะตัวแทนของนายจ้างและ/หรือของกิจการ เว้นแต่ในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) การนำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหาทางการของนายจ้างและ/หรือของกิจการ (Official Statement) โดยการอ้างอิงเนื้อหาทางการดังกล่าว
(2) การนำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหาซึ่งได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง
(ค) เนื้อหาใดๆ ที่นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนในลักษณะการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว พนักงานย่อมรับทราบดีว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพของพนักงานนั้น โดยที่
(1) การนำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหานั้นจะต้องเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพโดยชอบด้วยกฎหมาย
(2) พนักงานใดๆ ย่อมถือเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของนายจ้างและ/หรือของกิจการโดยปริยาย แม้เป็นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว พนักงานผู้นำเสนอเนื้อหาจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อนายจ้างและ/หรือของกิจการ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เป็นสำคัญ
(3) การนำเสนอเนื้อหานั้นจะต้องไม่แสดงถึงแนวความคิดและ/หรือชุดความคิดที่ไม่เหมาะกับพนักงานผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่เช่นว่าในพฤติการณ์เช่นว่านั้น ไม่ว่าในด้านวัยวุฒิหรือคุณวุฒิ
อนึ่ง เพื่อประโยชน์แห่งความชัดเจน ให้การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวหมายความรวมแต่ไม่จำกัดเพียง การใช้บัญชีผู้ใช้ส่วนตัว (Personal Account) นำเสนอ เผยแพร่ และ/หรือแลกเปลี่ยนเนื้อหาส่วนตัวหรือเนื้อหาส่วนบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในเวลาทำงานหรือนอกเวลาทำงาน และไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้วยอุปกรณ์ส่วนบุคคล (Personal Device) หรืออุปกรณ์ในการทำงานของนายจ้าง
ข้อ 7 การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวในเวลางาน
ในขณะปฏิบัติงานและ/หรือในเวลางานซึ่งไม่ใช่เวลาพัก ห้ามมิให้พนักงานใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวไม่ว่าในกรณีใดๆ ยกเว้นในกรณีที่พนักงานผู้นั้นมีความจำเป็นและเร่งด่วนต้องใช้ประโยชน์ของสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวในการติดต่อสื่อสารสำคัญ
โดยที่การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวในเวลางานในวรรคก่อนจะต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(ก) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวเท่าที่จำเป็นและสมควร
(ข) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวจะต้องไม่กระทบหรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของพนักงานนั้นหรือพนักงานคนอื่น
(ค) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวจะต้องไม่ส่งผลกระทบกับผลการปฏิบัติงานและประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่ว่าในเชิงเวลา ปริมาณ หรือคุณภาพ
ข้อ 8 การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวในเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงาน
ในกรณีที่พนักงานใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวในเวลางานตามข้อก่อน ห้ามมิให้พนักงานใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวผ่านเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานซึ่งนายจ้างจัดให้มี ไม่ว่าในกรณีใดๆ ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนต้องใช้ในการติดต่อสื่อสารสำคัญ
ในกรณีที่พนักงานใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวผ่านเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานในวรรคก่อน พนักงานตกลง ดังต่อไปนี้
(ก) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวดังกล่าวเป็นการกระทำของตัวพนักงานนั้นเองทั้งสิ้น
(ข) พนักงานจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดแก่นายจ้างและ/หรือทรัพย์สินของนายจ้างอันเกิดจากและเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวดังกล่าว อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงาน
(ค) ในกรณีที่มีบุคคลภายนอกกล่าวอ้างสิทธิ เรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชยใดๆ กับนายจ้าง อันเกิดจากและเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวดังกล่าว พนักงานจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดเพื่อปกป้องนายจ้างจากข้อเรียกร้องนั้น รวมถึงรับผิดชดใช้เงินที่นายจ้างต้องชำระค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใดๆ แก่บุคคลนั้นไปตามคำพิพากษาของศาลหรือได้ชำระตามคำสั่งอื่นใดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว (ถ้ามี)
(ง) พนักงานจะไม่ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานในลักษณะที่ไม่เหมาะสม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวในการกระทำผิดกฎหมาย หรือการกระทำที่ขัดต่อนโยบายฉบับนี้ การเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในที่ทำงาน
(จ) พนักงานตกลงและรับทราบดีว่านายจ้างอาจตรวจสอบ จำกัด และควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวผ่านเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานซึ่งนายจ้างจัดให้มีตามสมควรแก่กรณีไม่ว่า ณ เวลาใดๆ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายฉบับนี้ โดยการตรวจสอบดังกล่าวให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อ 9 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าด้วยบัญชีทางการหรือบัญชีส่วนตัว พนักงานจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยจะต้องไม่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า พนักงานอื่น หรือบุคคลใดๆ โดยปราศจากฐานทางกฎหมายหรือความยินยอมที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะต้องรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองตามมาตรการที่นายจ้างกำหนด
ข้อ 10 การแจ้งปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์
ในกรณีที่พนักงานต้องการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ปัญหา ดังต่อไปนี้
(ก) ข้อสอบถามทั่วไปเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้
(ข) การตีความรายละเอียดและขอบเขตการบังคับใช้นโยบายฉบับนี้
(ค) การแจ้งข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำการและ/หรืองดเว้นการกระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อนโยบายฉบับนี้
(ง) การปรึกษาหารือ ในกรณีที่พนักงานไม่แน่ใจว่าการกระทำการและ/หรืองดเว้นการกระทำการใดจะถือเป็นการขัดต่อนโยบายฉบับนี้หรือไม่
(จ) การขอความเห็นชอบก่อนการกระทำการและ/หรืองดเว้นการกระทำการใดอันเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้
ให้พนักงานนั้นแจ้งปัญหาดังกล่าวผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 11 การฝ่าฝืนนโยบาย
ในกรณีที่พนักงานปฏิบัติฝ่าฝืนและ/หรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใดหรือทั้งหมด นายจ้างมีสิทธิดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่นายจ้างเห็นสมควรและตามที่กฎหมายกำหนด อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) ตักเตือนพนักงานนั้นให้ระงับ ยุติ และ/หรือแก้ไขการกระทำการและ/หรืองดเว้นการกระทำการอันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนนโยบายฉบับนี้ ไม่ว่าด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือ
(ข) สั่งให้พนักงานนั้นดำเนินการลบ ระงับ และ/หรือนำออกซึ่งเนื้อหาอันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนนโยบายฉบับนี้โดยมิชักช้า
(ค) ลงโทษทางวินัยตามสมควรแก่กรณีแห่งความร้ายแรงและ/หรือความเสียหาย โดยสอดคล้องกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การตักเตือนเป็นหนังสือ การลงโทษทางวินัยอื่น หรือการเลิกจ้าง ทั้งนี้ การเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยจะกระทำได้เฉพาะในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
(ง) เรียกร้องค่าเสียหายทั้งปวงจากพนักงานนั้น ในกรณีที่การปฏิบัติฝ่าฝืนนโยบายฉบับนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างและ/หรือกิจการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(จ) เรียกร้องค่าชดเชยใดๆ จากพนักงานนั้น ในกรณีที่มีบุคคลภายนอกกล่าวอ้างสิทธิ เรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชยใดๆ กับนายจ้าง อันเกิดจากและเกี่ยวกับการปฏิบัติฝ่าฝืนนโยบายฉบับนี้ ซึ่งนายจ้างได้ชำระค่าเสียหายหรือค่าชดเชยให้แก่บุคคลนั้นไปตามคำพิพากษาของศาลหรือได้ชำระตามคำสั่งอื่นใดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว (ถ้ามี)
ข้อ 12 การมีผลบังคับใช้
ให้นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ________ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือมีนโยบายเป็นอย่างอื่น โดยนายจ้างได้ปิดประกาศและเผยแพร่นโยบายฉบับนี้ให้พนักงานทุกคนทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ ให้ถือว่านโยบายฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง
จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ________
ลงชื่อ_______________________ผู้ออกนโยบาย
(________)
ตำแหน่ง ________
________
Fields you complete are inserted into the document live. This template is general guidance only — not legal advice.