สัญญาเช่าที่ดินเพื่อการเกษตร - ตัวอย่างแบบฟอร์ม Word และ PDF Pro · TH-law
✓ Valid in Thailand · drafted to comply with local law
Create your สัญญาเช่าที่ดินเพื่อการเกษตร - ตัวอย่างแบบฟอร์ม Word และ PDF for use in Thailand. Answer a few plain-English questions and the document fills in automatically as you go — then download it in Word and PDF, ready to sign or share. This version has been professionally rewritten to comply with local law.
- Answer 36 simple questions — the document fills in as you go
- Live preview: watch your document update in real time
- Download as Word (.docx) and PDF
- Edit your answers and re-download anytime
Fill in the details
0/36Type below — the document on the right updates as you go.
สัญญาเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม
สัญญาเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้ให้เช่า" ฝ่ายหนึ่ง กับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้เช่า" อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยที่ ผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของและ/หรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามสัญญาฉบับนี้
โดยที่ ผู้ให้เช่ามีความประสงค์ที่จะนำที่ดินดังกล่าวออกให้เช่าแก่ผู้เช่าเพื่อประกอบเกษตรกรรม และ
โดยที่ ผู้เช่ามีความประสงค์ที่จะเช่าที่ดินดังกล่าวจากผู้ให้เช่าเพื่อประกอบเกษตรกรรมตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่จะได้กำหนดในสัญญาฉบับนี้
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้ ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ทรัพย์ที่เช่า
ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่า และผู้เช่าตกลงเช่าที่ดิน ขนาดเนื้อที่ ________ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ________ ตามปรากฏในเอกสารแสดงสิทธิ ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ทรัพย์ที่เช่า"
ข้อ 2 วัตถุประสงค์แห่งการเช่า
ผู้เช่าตกลงเช่า และผู้ให้เช่าตกลงให้เช่าซึ่งทรัพย์ที่เช่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบเกษตรกรรม อันได้แก่ ________ ทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่
ข้อ 3 ระยะเวลาการเช่า
ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่า และผู้เช่าตกลงเช่าทรัพย์ที่เช่าเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น ________ (________) ปี โดยเริ่มเช่าตั้งแต่วันที่ ________ ถึงวันที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้เรียกว่า "ระยะเวลาการเช่า"
ทั้งนี้ ในกรณีที่ทรัพย์ที่เช่าเป็นนา และมิได้กำหนดระยะเวลาการเช่าไว้ หรือกำหนดไว้ต่ำกว่าหกปี ให้ถือว่าการเช่านามีกำหนดระยะเวลาคราวละหกปี ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
ข้อ 4 ค่าเช่า
ผู้เช่าตกลงชำระค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นรายปี ในอัตราปีละ ________ บาท (________)
โดยผู้เช่าตกลงจะชำระค่าเช่าในวรรคก่อนภายในกำหนดระยะเวลาดังต่อไปนี้ของทุกๆ ปี ________
อนึ่ง ในกรณีการเช่านา ผู้ให้เช่าตกลงจะแจ้งเป็นหนังสือเรียกเก็บค่าเช่าให้ผู้เช่าและคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 (สิบห้า) วัน ก่อนวันถึงกำหนดชำระ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 และระเบียบที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศกำหนด
ข้อ 5 การปรับปรุงอัตราค่าเช่า
ในกรณีการเช่านา หากคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ประกาศกำหนดอัตราค่าเช่านาขั้นสูงขึ้นใหม่ คู่สัญญาตกลงให้ผู้ให้เช่าอาจปรับปรุงอัตราค่าเช่าตามสัญญาฉบับนี้ได้ ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราค่าเช่านาขั้นสูงที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศกำหนดใหม่นั้น
ข้อ 6 การต่อสัญญาเช่าโดยมิพักต้องบอกกล่าว
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเช่าตามสัญญาฉบับนี้แล้ว คู่สัญญาตกลงให้ต่อระยะเวลาการเช่าออกไปโดยมิพักต้องบอกกล่าวเป็นระยะเวลาคราวละ ________ (________) ปี
ความในวรรคก่อนมิให้นำมาบังคับใช้ในกรณีที่ ________ บอกกล่าวความประสงค์ที่จะไม่ต่อระยะเวลาการเช่าในคราวถัดไปให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นหนังสือก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการเช่า
ข้อ 7 คำมั่นจะให้เช่า
ผู้ให้เช่าให้สัญญาว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเช่าตามสัญญาฉบับนี้แล้ว หากผู้เช่าประสงค์จะเช่าทรัพย์ที่เช่าต่อไป ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าเช่าทรัพย์ที่เช่าต่อไปอีกคราวละ ________ (________) ปี ด้วยอัตราค่าเช่าเดียวกับสัญญาฉบับนี้
โดยผู้เช่าจะต้องแจ้งความจำนงที่จะเช่าทรัพย์ที่เช่าต่อไปเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ให้เช่าเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ________ (________) วัน ก่อนสิ้นสุดกำหนดระยะเวลาการเช่าตามสัญญาฉบับนี้
ทั้งนี้ คู่สัญญาจะตกลงเงื่อนไขอื่นๆ และลงนามทำสัญญาเช่าฉบับใหม่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น
ข้อ 8 ค่าสาธารณูปโภค
ผู้เช่าตกลงชำระค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าน้ำเพื่อการเกษตร หรือค่าสาธารณูปโภคอื่นใด (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นการเช่าที่ผู้เช่าได้ใช้จริง ในอัตราและตามจำนวนเงินที่ปรากฏในใบแจ้งหนี้ของผู้ให้บริการสาธารณูปโภคดังกล่าว โดยผู้เช่าจะชำระให้แก่ผู้ให้เช่าหรือผู้ให้บริการแล้วแต่กรณี
ข้อ 9 ค่าภาษีอากร
________ มีหน้าที่จะต้องชำระค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) ค่าอากรแสตมป์ หรือภาษีอากรอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องกับการเช่าทรัพย์ที่เช่าหรือเกิดจากการใช้ประโยชน์จากทรัพย์ที่เช่าตามสัญญาฉบับนี้ ตามที่ทางราชการเรียกเก็บตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้หรือในภายหน้า
ข้อ 10 การชำระเงิน
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ การชำระค่าเช่าและเงินใดๆ ที่ผู้เช่าต้องชำระให้แก่ผู้ให้เช่าตามสัญญาฉบับนี้ ผู้เช่าจะชำระให้แก่ผู้ให้เช่าโดย ________ อันมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
________
ข้อ 11 การผิดนัดชำระหนี้
หนี้ใดๆ ที่ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้เช่าตามสัญญาฉบับนี้ หากผู้เช่าไม่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้เช่าตกลงให้ผู้ให้เช่าคิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ ________ (________) ต่อปี ของจำนวนเงินที่ผิดนัดชำระดังกล่าวจนกว่าจะได้ชำระหนี้ครบถ้วน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยผิดนัดดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 224 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการเรียกร้องดอกเบี้ยผิดนัดตามข้อสัญญานี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้ให้เช่าที่จะบอกเลิกสัญญาฉบับนี้หรือเรียกร้องค่าเสียหายอื่น (ถ้ามี) ทั้งนี้ ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
ข้อ 12 การรับมอบทรัพย์ที่เช่า
ในวันทำสัญญาฉบับนี้ ผู้เช่าได้รับมอบทรัพย์ที่เช่าจากผู้ให้เช่าและได้ตรวจดูทรัพย์ที่เช่าโดยละเอียดแล้ว โดยผู้เช่าได้รับมอบทรัพย์ที่เช่าไว้ในสภาพเรียบร้อยดีทุกประการ
เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงหรือมีอันเลิกกันไม่ว่าด้วยเหตุประการใดๆ ก็ตาม ผู้เช่าจะส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนแก่ผู้ให้เช่าในสภาพที่ดี หากผู้ให้เช่าต้องเสียค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงทรัพย์ที่เช่าให้อยู่ในสภาพเดิม ผู้เช่ายินยอมรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายนั้นคืนแก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงความชำรุดบกพร่องที่เกิดจากการใช้งานหรือการเสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ และความชำรุดบกพร่องที่มีอยู่ก่อนการครอบครองทรัพย์ที่เช่าของผู้เช่า
ข้อ 13 การเข้าตรวจดูทรัพย์ที่เช่า
ตลอดระยะเวลาการเช่า ผู้เช่าตกลงให้ผู้ให้เช่าหรือตัวแทนของผู้ให้เช่ามีสิทธิเข้าตรวจดูทรัพย์ที่เช่า โดยผู้ให้เช่าจะบอกกล่าวถึงการเข้าตรวจดูทรัพย์ที่เช่าเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 3 (สาม) วัน
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าตรวจพบว่ามีการกระทำอันเป็นการผิดสัญญาหรือการกระทำอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์ที่เช่า ผู้เช่าและ/หรือบริวารตกลงที่จะแก้ไขและปฏิบัติตามคำแนะนำอันสมควรของผู้ให้เช่านั้นทุกประการ ทั้งนี้ ไม่ขัดต่อสิทธิของผู้เช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
ข้อ 14 การใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่า
(ก) ผู้เช่าให้สัญญาว่าจะไม่ใช้ทรัพย์ที่เช่านอกเหนือจากวัตถุประสงค์แห่งการเช่าตามที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้
(ข) ผู้เช่าให้สัญญาว่าจะใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่าด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่กระทำการใดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นกระทำการใดภายในหรือเกี่ยวเนื่องกับทรัพย์ที่เช่า อันเป็นหรืออาจเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ให้เช่าหรือบุคคลอื่นใดที่อยู่ใกล้เคียงทรัพย์ที่เช่านั้น
ข้อ 15 การดูแลและบำรุงรักษาทรัพย์ที่เช่า
ผู้เช่าให้สัญญาว่าจะดูแลและบำรุงรักษาทรัพย์ที่เช่าให้อยู่ในสภาพอันดีเช่นวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง และจะดูแลรักษาความสะอาดภายในทรัพย์ที่เช่าไม่ให้เป็นที่น่ารังเกียจแก่ผู้พบเห็น ทั้งนี้ ตามวิถีการบำรุงรักษาตามปกติหรือตามประเพณีแห่งท้องถิ่นในการประกอบเกษตรกรรมตามสัญญาฉบับนี้
ข้อ 16 การปรับปรุงทรัพย์ที่เช่าเพื่อประโยชน์ในการเกษตรกรรม
เพื่อประโยชน์แก่การเกษตรกรรมตามสัญญาฉบับนี้ ผู้เช่าอาจดำเนินการปรับปรุงทรัพย์ที่เช่าได้ตามความจำเป็นและสมควร ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าเอง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การปรับปรุงดิน ทำเหมืองฝาย ลำรางส่งน้ำ ทำทำนบหรือคันกั้นน้ำ ปราบถาง จัดระดับพื้นที่ ขุดถอนตอ หรือการปรับปรุงอย่างอื่นใดเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การเกษตรกรรมตามสัญญาฉบับนี้มากขึ้น
ข้อ 17 การแก้ไข ดัดแปลง หรือต่อเติมทรัพย์ที่เช่า
ภายใต้ข้อสัญญาเรื่องการปรับปรุงทรัพย์ที่เช่าเพื่อประโยชน์ในการเกษตรกรรม ผู้เช่าตกลงจะไม่ทำการแก้ไข ดัดแปลง หรือต่อเติมทรัพย์ที่เช่าตลอดระยะเวลาการเช่าตามสัญญาฉบับนี้ รวมถึงจะไม่ทำการติดตั้ง สร้างขึ้น หรือติดไว้ซึ่งสิ่งติดตรึงถาวร วัตถุ หรือสิ่งใดๆ ลงในทรัพย์ที่เช่า การขุดคู คลอง บ่อในทรัพย์ที่เช่า หรือการกระทำใดๆ อันอาจทำให้หน้าดินและ/หรือเนื้อดินได้รับความเสียหาย หรืออาจมีผลต่อคุณภาพของดินและน้ำภายในทรัพย์ที่เช่า เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าเสียก่อน
ในการขอความยินยอมจากผู้ให้เช่าในวรรคก่อน ผู้เช่าจะยื่นแบบแปลนรายละเอียด รวมถึงประเภทและคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในการแก้ไข ดัดแปลง หรือต่อเติมอื่นใดกับทรัพย์ที่เช่า เพื่อให้ผู้ให้เช่าตรวจแบบ พิจารณา และยินยอม จึงจะเริ่มดำเนินการตามแบบแปลนนั้นได้
ในการดำเนินการแก้ไข ดัดแปลง หรือต่อเติมทรัพย์ที่เช่าหลังจากที่ผู้ให้เช่าได้ยินยอมแล้ว ผู้เช่าจะ
(ก) ดำเนินการโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ต่อทรัพย์ที่เช่า
(ข) ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง รวมถึงการจัดหาผู้รับจ้างหรือผู้รับเหมาที่มีมาตรฐานในการดำเนินการ ในกรณีที่ผู้เช่ามิได้ดำเนินการเอง
(ค) ดำเนินการโดยเป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไข ดัดแปลง หรือต่อเติมทรัพย์ที่เช่า อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
ข้อ 18 โรคระบาดในพืชและ/หรือสัตว์
ในกรณีที่ปรากฏโรคระบาดในพืชและ/หรือสัตว์อันอาจมีผลกระทบต่อการประกอบเกษตรกรรมตามสัญญาฉบับนี้ หรืออันอาจมีผลกระทบต่อทรัพย์ที่เช่า ผู้เช่าตกลงจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดโดยมิชักช้าในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) ผู้เช่าตกลงจะดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในพืชและ/หรือสัตว์ดังกล่าว แล้วแต่กรณี ตามระบบและวิธีการป้องกันและควบคุมโรคระบาดที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุดในขณะที่เกิดการระบาดนั้น
(ข) ผู้เช่าตกลงจะดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในวรรคก่อน โดยสอดคล้องและเป็นไปตามคำสั่งและ/หรือคำแนะนำใดๆ ของทางราชการที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 19 การเช่าช่วง
ผู้เช่าตกลงว่าจะไม่นำทรัพย์ที่เช่าตามสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ไปให้บุคคลอื่นใดเช่าช่วง ครอบครอง หรือใช้ประโยชน์ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการล่วงหน้าจากผู้ให้เช่าเสียก่อน ทั้งนี้ ภายใต้บังคับมาตรา 544 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อ 20 การเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เช่า
คู่สัญญาตกลงกันว่า ตลอดระยะเวลาการเช่า หากผู้ให้เช่าโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เช่าตามสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้แก่บุคคลอื่นใด ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าซึ่งมีต่อผู้เช่าตามสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 569 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
ข้อ 21 สิทธิในการซื้อทรัพย์ที่เช่าก่อนบุคคลอื่น
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าจะขายทรัพย์ที่เช่าตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลอื่นใด รวมถึงการขายฝาก การแลกเปลี่ยน และการโอนทรัพย์ที่เช่าเพื่อชำระหนี้จำนอง ผู้ให้เช่าตกลงจะเสนอขายทรัพย์ที่เช่าให้ผู้เช่าก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
โดยที่ ผู้ให้เช่าตกลงจะ
(1) ผู้เช่าไม่แสดงความจำนงจะซื้อทรัพย์ที่เช่าภายในกำหนดระยะเวลาในวรรคก่อน
(2) ผู้เช่าปฏิเสธเป็นหนังสือที่จะไม่ซื้อทรัพย์ที่เช่าตามสัญญาฉบับนี้ หรือ
(3) ผู้เช่าแสดงความจำนงจะซื้อทรัพย์ที่เช่าตามสัญญาฉบับนี้ แต่ไม่ชำระเงินภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกัน
(จ) ในกรณีที่สิทธิในการซื้อก่อนของผู้เช่าสิ้นสุดลง ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิที่จะขายทรัพย์ที่เช่าในราคาและวิธีการชำระเงินที่เสนอนั้นให้แก่บุคคลอื่นใดก็ได้
(ฉ) ในกรณีที่ผู้ให้เช่าจะขายทรัพย์ที่เช่าให้แก่บุคคลอื่นในราคาหรือวิธีการชำระเงินที่แตกต่างไปจากที่ได้แจ้งให้ผู้เช่าทราบในวรรคก่อน ผู้ให้เช่าตกลงจะดำเนินการเสนอขายทรัพย์ที่เช่าให้ผู้เช่าตามที่กำหนดไว้ในข้อสัญญานี้ใหม่
ข้อ 22 ภาระติดพันในทรัพย์ที่เช่า
ตลอดระยะเวลาการเช่า ผู้ให้เช่าตกลงจะไม่ก่อภาระติดพันใดๆ ในทรัพย์ที่เช่าอันเป็นหรืออาจเป็นปฏิปักษ์โดยตรงต่อการครอบครอง การใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่า และสิทธิใดๆ ของผู้เช่าหรือตัวแทนของผู้เช่าตามสัญญาฉบับนี้
ข้อ 23 การใช้สิทธิการเช่าเป็นหลักประกันการชำระหนี้
ผู้เช่าตกลงและรับทราบดีว่า ตลอดระยะเวลาการเช่า ผู้ให้เช่าอาจนำทรัพย์ที่เช่า ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ไปจำนองหรือใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นของผู้ให้เช่าเองหรือของบุคคลอื่นใดก็ตาม โดยไม่กระทบต่อสิทธิการเช่าของผู้เช่าตามสัญญาฉบับนี้
อนึ่ง ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่ามีสิทธินำสิทธิการเช่าที่เกิดจากสัญญาฉบับนี้ไปใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้ ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 24 การเช่าสืบแทนต่อไป
ในกรณีที่ผู้เช่าถึงแก่ความตาย บุคคลดังต่อไปนี้อาจเป็นผู้เช่าสืบแทนผู้เช่าที่ถึงแก่ความตายนั้นต่อไปได้ ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
(ก) สามีหรือภริยา
(ข) บุพการี
(ค) ผู้สืบสันดาน
(ง) ญาติสนิทของผู้เช่าซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการประกอบเกษตรกรรมตามสัญญาฉบับนี้
โดยที่
(ก) บุคคลดังกล่าวจะต้องแสดงความจำนงขอเช่าทรัพย์ที่เช่าต่อผู้ให้เช่าภายในกำหนดระยะเวลา 60 (หกสิบ) วัน นับแต่วันที่ผู้เช่าถึงแก่ความตาย
(ข) ผู้เช่าสืบแทนดังกล่าวต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้เช่าที่มีต่อผู้ให้เช่าตามสัญญาฉบับนี้และตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
ข้อ 25 คำรับรองของคู่สัญญา
ในการเข้าทำสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ให้คำรับรองไว้แก่กันดังต่อไปนี้
(ก) นอกเหนือจากการประกอบเกษตรกรรมตามสัญญาฉบับนี้แล้ว ผู้ให้เช่าตกลงและรับทราบดีว่าผู้เช่าอาจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและ/หรือค่าเช่าเพิ่มเติม ปลูกพืชอายุสั้นใดๆ รวมทั้งการใช้ทรัพย์ที่เช่าบางส่วนทำสวนครัว เลี้ยงสัตว์ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือปลูกไม้ยืนต้น โดยการใช้ประโยชน์ดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้สภาพของทรัพย์ที่เช่าเปลี่ยนแปลง หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบเกษตรกรรมตามสัญญาฉบับนี้
(ข) ในกรณีการเช่านา ผู้เช่าตกลงและรับทราบดีว่า ผู้ให้เช่า โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อาจจำกัดให้ผู้เช่าเพาะปลูกข้าวและ/หรือพืชไร่อย่างหนึ่งอย่างใดเป็นการเฉพาะได้
(ค) เมื่อสภาพหรือภาวะตลาดของการประกอบเกษตรกรรมตามสัญญาฉบับนี้ได้เปลี่ยนแปลงไป และการเพาะปลูกพืชอื่นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เช่า ผู้เช่าอาจขอเปลี่ยนแปลงพืชที่เพาะปลูกซึ่งถูกจำกัดในวรรคก่อนได้
(ง) ผู้ให้เช่าตกลงและรับทราบดีว่า ในกรณีการเช่านา หากคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศให้ท้องที่ที่ทรัพย์ที่เช่านั้นตั้งอยู่เป็นท้องที่ที่เสียหาย และการทำนาของผู้เช่าได้รับความเสียหายตามอัตราส่วนที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ค่าเช่าตามสัญญาฉบับนี้อาจถูกลดลงตามส่วนแห่งความเสียหาย หรืองดเก็บค่าเช่าสำหรับปีนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศกำหนด
(จ) ผู้ให้เช่าตกลงและรับทราบดีว่า ในกรณีที่การประกอบเกษตรกรรมไม่ได้ผลผลิตตามปกติโดยมิใช่ความผิดของผู้เช่า ค่าเช่าตามสัญญาฉบับนี้อาจถูกลดลงตามส่วนแห่งผลผลิตที่ตกต่ำนั้น หรืองดเก็บค่าเช่าสำหรับปีนั้นแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศกำหนด
(ฉ) ในการเข้าทำสัญญาฉบับนี้ ผู้เช่าตกลงและรับทราบดีว่านอกเหนือจากค่าเช่าตามสัญญาฉบับนี้แล้ว ผู้ให้เช่ามิได้เรียกเก็บเงินมัดจำ เงินกินเปล่า ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้เช่าเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาต
(ช) ผู้เช่าตกลงและรับทราบดีว่าตนย่อมมีสิทธิใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่าได้ตามขอบเขตที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้อย่างครบถ้วนทุกประการ
(ซ) ผู้เช่าตกลงและรับทราบดีว่าการเข้าทำสัญญาฉบับนี้มิได้ก่อหน้าที่หรือภาระอื่นใดเกินกว่าหน้าที่ตามกฎหมายที่ผู้เช่าจำต้องมีหรือรับภาระตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
ข้อ 26 เหตุสุดวิสัย
ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยใดๆ อันอยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อันเป็นเหตุให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน คู่สัญญาฝ่ายนั้นย่อมไม่ต้องรับผิดต่อความล่าช้าหรือการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา 8 และมาตรา 219 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยคู่สัญญาฝ่ายที่ประสบเหตุสุดวิสัยจะต้องแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยมิชักช้า และจะต้องใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการแก้ไขและบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากเหตุสุดวิสัยนั้น
ข้อ 27 การผิดสัญญาและการสิ้นสุดของสัญญา
สัญญาฉบับนี้จะถือว่าสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) สิ้นสุดระยะเวลาการเช่า และคู่สัญญาไม่ตกลงจะเช่ากันต่อไป ในกรณีการเช่านา ผู้ให้เช่าตกลงจะแจ้งความประสงค์ที่จะไม่ให้เช่าต่อเป็นหนังสือต่อผู้เช่าก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการเช่าไม่น้อยกว่า 6 (หก) เดือน พร้อมทั้งแจ้งให้คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทราบด้วย
(ข) เกิดเหตุสุดวิสัยแก่ทรัพย์ที่เช่าอันเป็นเหตุให้ผู้เช่าไม่สามารถใช้ทรัพย์ที่เช่าได้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเช่าอีกต่อไป อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ทรัพย์ที่เช่าถูกเวนคืนตามกฎหมาย หรือโอนไปเป็นของรัฐด้วยประการอื่น ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ผู้เช่าไม่สามารถใช้ทรัพย์ที่เช่าได้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเช่า
(ค) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันเลิกการเช่าทรัพย์ที่เช่า ในกรณีการเช่านาให้ทำเป็นหนังสือไว้ต่อหน้านายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย
(ง) ผู้เช่าบอกเลิกการเช่าทรัพย์ที่เช่าเป็นหนังสือล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 (สาม) เดือน ก่อนเริ่มฤดูการเพาะปลูก
(จ) ในกรณีการเช่านา ผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่าโดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้เช่าทราบ พร้อมทั้งแสดงเหตุแห่งการบอกเลิกการเช่า ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าตามสัญญาฉบับนี้รวมกันเป็นระยะเวลา 2 (สอง) ปี
(2) ผู้เช่านำทรัพย์ที่เช่าออกให้เช่าช่วงแก่บุคคลอื่นโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า เว้นแต่ในกรณีที่ผู้เช่าให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์แทนหรือให้เช่าช่วงเพราะเหตุที่ผู้เช่าหรือสมาชิกในครอบครัวของผู้เช่าซึ่งได้อยู่ช่วยทำนานั้นต้องไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร หรือต้องไปช่วยราชการตามที่กฎหมายบังคับ
(3) ผู้เช่าใช้ทรัพย์ที่เช่าเพื่อการอื่นนอกจากการประกอบเกษตรกรรม หรือทำประโยชน์อื่นนอกเหนือจากสิทธิของผู้เช่าตามสัญญาฉบับนี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า หรือทำให้สภาพของทรัพย์ที่เช่าเปลี่ยนแปลง หรือเป็นอุปสรรคต่อการทำนาเป็นสำคัญ
(4) ผู้เช่าประกอบเกษตรกรรมประเภทที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศกำหนดห้าม หรือเพาะปลูกข้าวและ/หรือพืชไร่อย่างหนึ่งอย่างใดนอกเหนือจากที่ผู้ให้เช่าได้จำกัดเอาไว้ตามสัญญาฉบับนี้ (ถ้ามี)
(5) ผู้เช่าละทิ้งทรัพย์ที่เช่าไปเกิน 1 (หนึ่ง) ปี เว้นแต่ในกรณีที่ผู้เช่าหรือสมาชิกในครอบครัวของผู้เช่าซึ่งได้อยู่ช่วยทำนานั้นต้องไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร หรือต้องไปช่วยราชการตามที่กฎหมายบังคับ
(6) ผู้เช่าใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่าในการทำนาน้อยกว่าร้อยละ 75 (เจ็ดสิบห้า) ของจำนวนเนื้อที่ทรัพย์ที่เช่า เป็นระยะเวลา 2 (สอง) ปี ติดต่อกัน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย
(7) ผู้เช่ายักย้าย ปิดบัง หรือซ่อนเร้นผลผลิตที่ได้จากทรัพย์ที่เช่า หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำการดังกล่าว เพื่อมิให้ผู้ให้เช่าได้รับค่าเช่าเต็มตามจำนวนและ/หรือปริมาณที่ตกลงกันในสัญญาฉบับนี้
(8) ผู้เช่าไม่ปรับปรุงการทำนาตามคำแนะนำของทางราชการ หรือปล่อยให้ทรัพย์ที่เช่าทรุดโทรมอันเป็นเหตุให้ผลผลิตลดลงกว่าหนึ่งในสามของผลผลิตปกติ
ทั้งนี้ การบอกเลิกการเช่านาและเหตุแห่งการบอกเลิกให้เป็นไปตามมาตรา 31 ถึงมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
ข้อ 28 ผลแห่งการสิ้นสุดสัญญา
เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้เช่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารของผู้เช่าออกไปจากทรัพย์ที่เช่า และส่งมอบทรัพย์ที่เช่าในสภาพเรียบร้อยคืนแก่ผู้ให้เช่าทันทีที่สัญญาเช่าสิ้นสุดลง เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้วินิจฉัยและมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
(ข) ในกรณีที่การเช่าได้สิ้นสุดลงก่อนครบกำหนดระยะเวลาการเช่า เมื่อผู้เช่าได้ลงมือทำประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่าโดยสุจริตก่อนหน้านั้นแล้ว ผู้เช่ามีสิทธิใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่านั้นต่อไปจนกว่าการเก็บเกี่ยวจะแล้วเสร็จ โดยผู้เช่าตกลงจะชำระค่าเช่าตามส่วน ทั้งนี้ เฉพาะการเก็บเกี่ยวครั้งแรกหลังจากที่การเช่าได้เลิกหรือสิ้นสุดลงแล้วของการเพาะปลูกนั้น
หากผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามความข้างต้น ผู้เช่าตกลงให้ผู้ให้เช่ามีสิทธิดังต่อไปนี้
(ก) ผู้เช่าตกลงให้ผู้ให้เช่าหรือตัวแทนของผู้ให้เช่ามีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้วินิจฉัยข้อพิพาทและมีคำสั่งให้ผู้เช่าซึ่งครอบครองทรัพย์ที่เช่าอยู่นั้นออกจากทรัพย์ที่เช่าได้
(ข) ผู้เช่าตกลงให้ผู้ให้เช่าหรือตัวแทนของผู้ให้เช่ามีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้วินิจฉัยข้อพิพาทและมีคำสั่งให้ผู้เช่าชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้เช่าได้จนกว่าผู้เช่าจะปฏิบัติตามข้อสัญญานี้จนครบถ้วน
(ค) ในกรณีที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีคำสั่งให้ผู้เช่าออกจากทรัพย์ที่เช่าแล้ว
(1) ผู้เช่าตกลงให้ผู้ให้เช่าหรือตัวแทนของผู้ให้เช่ามีสิทธิเข้าครอบครองทรัพย์ที่เช่า และถือว่าสิทธิการครอบครองทรัพย์ที่เช่าของผู้เช่าได้สิ้นสุดลงทันที
(2) ในกรณีที่ผู้เช่าได้ดำเนินการแก้ไข ดัดแปลง สร้างขึ้น หรือต่อเติมใดๆ ลงในทรัพย์ที่เช่า ไม่ว่าการนั้นจะกระทำโดยชอบด้วยสัญญาฉบับนี้หรือไม่ ผู้เช่าตกลงให้ทรัพย์ที่ได้แก้ไข ดัดแปลง สร้างขึ้น หรือต่อเติมซึ่งติดตรึงตราอยู่กับทรัพย์ที่เช่านั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าในทันที
ข้อ 29 ความสมบูรณ์ของสัญญา
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงและรับรองว่า ในการเข้าทำสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีอำนาจและความสามารถตามกฎหมายในการเข้าทำสัญญาฉบับนี้โดยสมบูรณ์ และได้กระทำด้วยความสมัครใจ มิได้ถูกข่มขู่ บังคับ หรือสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งสัญญาฉบับนี้แต่ประการใด
ข้อ 30 การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้หรือตามที่กฎหมายกำหนด คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใด โดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
ข้อ 31 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 32 ความเป็นที่สุดของสัญญา
สัญญาฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใดๆ ที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับ
ข้อ 33 การแยกส่วนของสัญญา
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในสัญญาฉบับนี้
ข้อ 34 การบอกกล่าว
คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้สัญญาฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากได้มีการส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 3 (สาม) วัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือตามที่อยู่ในสัญญาฉบับนี้เป็นสำคัญ
ข้อ 35 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย
ข้อ 36 กฎหมายที่ใช้บังคับ
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อ 37 การระงับข้อพิพาท
ในกรณีการเช่านา หากเกิดข้อพิพาทอันเกี่ยวกับการเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 คู่สัญญาตกลงจะเสนอข้อพิพาทต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลเพื่อพิจารณาวินิจฉัยก่อน ทั้งนี้ ข้อโต้เถียงหรือข้อขัดแย้งอื่นใดที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในราชอาณาจักรไทย ณ ________
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็น ________ ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ_______________________ผู้ให้เช่า
________
ลงชื่อ_______________________ผู้เช่า
________
ลงชื่อ_______________________พยาน
________
ลงชื่อ_______________________พยาน
________
Fields you complete are inserted into the document live. This template is general guidance only — not legal advice.