สัญญาจ้างพนักงานทำงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time)
สัญญาจ้างพนักงานทำงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time) ฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชน/เลขทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ ________ โดย ________ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน (ถ้ามี) อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "นายจ้าง" ฝ่ายหนึ่ง กับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ เป็นนักเรียน/นิสิต/นักศึกษาของสถานศึกษา ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ลูกจ้าง" อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยที่ ลูกจ้างมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และทักษะ ตามใบสำคัญ ประวัติการศึกษา และประวัติการทำงานต่าง ๆ ที่ได้ให้ไว้แก่นายจ้าง
โดยที่ ลูกจ้างมีความประสงค์จะทำงานให้กับกิจการของนายจ้างในลักษณะของพนักงานทำงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time) และ
โดยที่ นายจ้างมีความประสงค์จะให้ลูกจ้างทำงานให้แก่กิจการของนายจ้างในลักษณะของพนักงานทำงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time)
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้ โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การจ้างงาน
นายจ้างตกลงจ้างและลูกจ้างตกลงรับทำงานให้กับนายจ้างในลักษณะของพนักงานทำงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time) ทั้งนี้ ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 2 ตำแหน่งงาน
นายจ้างตกลงจ้างและลูกจ้างตกลงรับทำงานให้กับนายจ้างในตำแหน่ง ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ตำแหน่งงาน"
โดยที่ นายจ้างมีสิทธิปรับ เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายตำแหน่งงานให้เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่อาจเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับความรู้ความสามารถของลูกจ้าง ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการลดทอนค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
อนึ่ง ไม่ว่าในกรณีใด ๆ นายจ้างตกลงจะไม่มอบหมายงานที่มีลักษณะงานดังต่อไปนี้ ให้ลูกจ้างทำ ตามที่กฎหมายห้ามมิให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษาทำ
(ก) ลักษณะงานที่ไม่มีความปลอดภัยและเสี่ยงอันตราย
(ข) ลักษณะงานที่ต้องทำงานในสถานที่ที่กฎหมายกำหนดห้ามนักเรียน นิสิต และนักศึกษาทำงาน ดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad minim veniam quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi.
ข้อ 3 หน้าที่งาน
ในตำแหน่งงาน ลูกจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยสังเขป ดังต่อไปนี้
________
รวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้าง
อนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความสามารถและตำแหน่งงานของลูกจ้าง นายจ้างมีสิทธิเปลี่ยนแปลงขอบเขตหน้าที่งานของลูกจ้างได้ตามสมควร
ข้อ 4 ระยะเวลาการจ้าง
นายจ้างตกลงจ้าง และลูกจ้างตกลงจะเริ่มทำงานและเริ่มการจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ ________ และจะสิ้นสุดการจ้างในวันที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ระยะเวลาการจ้าง"
ในกรณีที่คู่สัญญาประสงค์จะให้มีระยะเวลาทดลองงาน ให้กำหนดระยะเวลาทดลองงานเป็นเวลา ________
ข้อ 5 หลักประกันการทำงาน
ไม่ว่าในกรณีใด ๆ นายจ้างตกลงจะไม่เรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง ตามนัยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เงินประกัน การยึดบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวนักเรียน นิสิต และนักศึกษา
ข้อ 6 ค่าจ้าง
เพื่อเป็นการตอบแทนลูกจ้างที่ทำงานให้ตามสัญญาฉบับนี้ นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในอัตราชั่วโมงละ ________ บาท (________) ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ค่าจ้าง" ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
หากลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือทำงานล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามอัตราที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
ข้อ 7 กำหนดชำระค่าจ้าง
นายจ้างตกลงจะชำระค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเป็นประจำทุก ________ ทั้งนี้ ไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งครั้ง เว้นแต่จะมีการตกลงกันให้จ่ายเป็นรายวันหรือตามรอบที่สั้นกว่านั้น
ข้อ 8 การชำระเงิน
เว้นแต่จะได้กล่าวเป็นอย่างอื่นไว้ในสัญญาฉบับนี้ การชำระค่าจ้างและเงินใด ๆ ที่นายจ้างจะต้องชำระให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างตกลงให้นายจ้างชำระโดยนำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร อันมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
________
ข้อ 9 การประเมินผลการทำงาน
ภายในระยะเวลาการจ้าง คู่สัญญาตกลงให้นายจ้างมีสิทธิประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างเป็นประจำทุก ________
ในกรณีที่นายจ้างพิจารณาแล้วเห็นว่าผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ทำ นายจ้างอาจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและหน้าที่งานของลูกจ้างให้เหมาะสม แล้วแต่กรณี โดยไม่เป็นการลดทอนค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
ข้อ 10 วันและเวลาทำงาน
ลูกจ้างตกลงทำงานตามสัญญาฉบับนี้ให้นายจ้างตามวันและเวลา ดังต่อไปนี้
________
โดยกำหนดเวลาทำงานปกติต้องไม่เกินวันละ 8 (แปด) ชั่วโมง และสัปดาห์ละ 48 (สี่สิบแปด) ชั่วโมง ตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด และในกรณีที่ลูกจ้างทำงานวันละไม่น้อยกว่า 5 (ห้า) ชั่วโมง ลูกจ้างมีสิทธิหยุดพักระหว่างการทำงานไม่น้อยกว่าวันละ 1 (หนึ่ง) ชั่วโมง
ข้อ 11 วันหยุดและวันลา
นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานและลางาน ตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด ดังต่อไปนี้
(ก) วันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 (หนึ่ง) วัน ตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงร่วมกันในแต่ละคราว
(ข) วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่าปีละ 13 (สิบสาม) วัน รวมวันแรงงานแห่งชาติ และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อลูกจ้างทำงานครบหนึ่งปี
(ค) วันลา อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การลาป่วย ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น ลาเพื่อคลอดบุตร ลาเพื่อรับราชการทหาร ลาเพื่อฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ความสามารถ ตามสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
ข้อ 12 สถานที่ทำงาน
ลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่นายจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ณ สถานประกอบการของนายจ้าง ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สถานที่ทำงาน"
ในกรณีที่มีความจำเป็นในการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ หรือเพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วง ลูกจ้างตกลงที่จะเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ทำงาน หรือปฏิบัติงานตามสถานที่นอกเหนือจากสถานที่ทำงานตามที่นายจ้างจะได้มอบหมายและแจ้งให้ทราบเป็นคราว ๆ
ลูกจ้างยังตกลงและรับทราบว่าในการทำงานให้กับนายจ้างตามสัญญาฉบับนี้ นายจ้างอาจเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานของลูกจ้างไปยังสถานประกอบการอื่นของนายจ้างได้ตามที่นายจ้างเห็นสมควร ทั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับตำแหน่งงานและหน้าที่งานของลูกจ้าง โดยไม่กระทบสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้รับตามกฎหมาย
ข้อ 13 การรักษาความลับ
ลูกจ้างตกลงและให้คำรับรองว่าจะเก็บรักษาข้อมูลอันเป็นความลับของนายจ้างที่ลูกจ้างได้ล่วงรู้หรือได้รับมาเนื่องจากการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลทางการค้า ความลับทางการค้า ข้อมูลทางการเงิน รายชื่อลูกค้า แผนธุรกิจ และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกิจการของนายจ้าง
ลูกจ้างตกลงจะไม่เปิดเผย ทำซ้ำ คัดลอก หรือนำข้อมูลอันเป็นความลับดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือบุคคลอื่น หรือกระทำการใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง ไม่ว่าทั้งในระหว่างระยะเวลาการจ้างหรือภายหลังจากที่สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากนายจ้าง
หน้าที่ในการรักษาความลับตามข้อนี้ให้มีผลผูกพันลูกจ้างต่อไปแม้ว่าสัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม
ข้อ 14 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คู่สัญญาตกลงและรับทราบว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างที่นายจ้างได้รับมาเนื่องจากการจ้างงานตามสัญญาฉบับนี้ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยนายจ้างจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นและเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารงานบุคคลและการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น
ลูกจ้างตกลงและรับทราบนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนายจ้าง และให้ความยินยอมตามที่จำเป็นและชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินการดังกล่าว
ข้อ 15 สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
บรรดาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งปวง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า หรือการออกแบบ หรือระบบงานใดที่เกิดจากการสร้างสรรค์ คิดค้น หรือออกแบบของลูกจ้างในการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ ให้ตกเป็นสิทธิเด็ดขาดของนายจ้างทั้งสิ้น และลูกจ้างตกลงดำเนินการใด ๆ ตามสมควรเพื่อให้สิทธิดังกล่าวสมบูรณ์และตกเป็นของนายจ้าง
ข้อ 16 ความรับผิดและการชดใช้ค่าเสียหาย
ในกรณีที่ลูกจ้างกระทำการใด ๆ ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ อันเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ไม่ว่าต่อทรัพย์สิน ชื่อเสียง หรือกิจการของนายจ้าง ลูกจ้างตกลงจะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่นายจ้างตามความเสียหายที่แท้จริง
ลูกจ้างตกลงจะดูแลรักษาทรัพย์สิน เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นายจ้างได้มอบให้ไว้เพื่อใช้ในการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ด้วยความระมัดระวัง และจะส่งคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่นายจ้างในสภาพเรียบร้อยเมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง หรือเมื่อนายจ้างเรียกคืน
ความรับผิดของลูกจ้างตามข้อนี้ให้มีผลบังคับใช้ต่อไปแม้ว่าสัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
ข้อ 17 การทำงานกับนายจ้างอื่น
คู่สัญญาตกลงและเข้าใจดีว่าลูกจ้างทำงานในลักษณะของพนักงานทำงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time) ตลอดระยะเวลาตามสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างอาจเป็นลูกจ้าง หรือรับทำงานให้กับบุคคลอื่นนอกจากนายจ้าง ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ไม่ว่าเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวได้ นอกเหนือจากวันและเวลาทำงานตามสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้างตามสัญญาฉบับนี้ และต้องไม่เป็นการประกอบกิจการอันมีลักษณะแข่งขันกับกิจการของนายจ้าง
ข้อ 18 คำรับรองของลูกจ้าง
ในการเข้าทำสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างได้ให้คำรับรองไว้แก่นายจ้าง ดังต่อไปนี้
(ก) ข้อมูลและเอกสารใด ๆ ที่ลูกจ้างได้แจ้งหรือให้ไว้แก่นายจ้าง ไม่ว่าก่อนหรือระหว่างระยะเวลาการจ้าง หรือ ณ เวลาใด ๆ ล้วนเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นความจริงทั้งสิ้นทุกประการ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ใบสำคัญการสำเร็จการศึกษา และใบสำคัญการทำงาน
(ข) ลูกจ้างจะปฏิบัติตามหน้าที่งานและความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้างจนสำเร็จลุล่วง ด้วยความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ความเอาใจใส่ และความพยายามอย่างดีที่สุด
(ค) ลูกจ้างจะทำงานด้วยความเอาใจใส่ ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร ถูกต้องตามจรรยาบรรณ มาตรฐานวิชาชีพ กฎหมาย และจริยธรรม โดยใช้ความระมัดระวังและความรอบคอบตามสมควรแก่กรณี
(ง) ลูกจ้างจะทำงานและปฏิบัติตนตามข้อบังคับการทำงาน กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง นโยบาย และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่นายจ้างได้ประกาศกำหนดไม่ว่าในปัจจุบันหรือในอนาคต โดยให้ถือเอกสารเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
(จ) ลูกจ้างตกลงจะแต่งกายในระหว่างการทำงานด้วยเครื่องแบบนักเรียน นิสิต และนักศึกษา หรือแบบฟอร์มที่มีสัญลักษณ์ที่แสดงว่าเป็นนักเรียน นิสิต และนักศึกษาทำงานประเภทไม่เต็มเวลา หรือแบบฟอร์มที่นายจ้างจัดให้โดยมีป้ายสัญลักษณ์ที่แสดงว่าเป็นนักเรียน นิสิต และนักศึกษาทำงานประเภทไม่เต็มเวลา (Part-time)
ข้อ 19 การสิ้นสุดสัญญา
สัญญาฉบับนี้อาจสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) ครบระยะเวลาการจ้างตามสัญญาฉบับนี้ และคู่สัญญาไม่ประสงค์จะว่าจ้างและรับจ้างทำงานให้กันอีกต่อไป
(ข) ไม่ว่าระยะเวลาใด เมื่อปรากฏว่าลูกจ้างมีลักษณะอาการ โรคร้ายแรง หรือโรคเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้างคนอื่น ๆ ในสถานที่ทำงาน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(ค) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาในสาระสำคัญ และคู่สัญญาอีกฝ่ายได้แจ้งความประสงค์ที่จะเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายทราบ
อนึ่ง เพื่อประโยชน์แห่งความชัดเจน การผิดสัญญาในสาระสำคัญ และกรณีที่นายจ้างอาจเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายความรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad.
(ง) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด และไม่เยียวยาแก้ไขภายใน 7 (เจ็ด) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากอีกฝ่ายหนึ่ง และคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญานั้นได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ
(จ) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย
ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างมิได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างตกลงจะบอกกล่าวล่วงหน้าและจ่ายค่าชดเชย รวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่นใดตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้แก่ลูกจ้างทุกประการ
ข้อ 20 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำสัญญาฉบับนี้ไม่ทำให้คู่สัญญาต่างเป็นหุ้นส่วนกันตามกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด หากแต่เป็นความสัมพันธ์ในฐานะนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ข้อ 21 การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
ข้อ 22 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 23 ความเป็นที่สุดของสัญญา
สัญญาฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใด ๆ ที่ได้ทำก่อนวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับ
ข้อ 24 การแยกส่วนของสัญญา
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่น ๆ ในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในสัญญาฉบับนี้
ข้อ 25 การบอกกล่าว
คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้สัญญาฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่าได้มีการส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 7 (เจ็ด) วัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือตามที่อยู่ในสัญญาฉบับนี้เป็นสำคัญ
ข้อ 26 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย
ข้อ 27 กฎหมายที่ใช้บังคับ
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อ 28 การระงับข้อพิพาท
บรรดาข้อโต้เถียงหรือข้อขัดแย้งใด ๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นสู่การพิจารณาของศาลแรงงานหรือศาลที่มีเขตอำนาจในราชอาณาจักรไทย
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่าง ๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนาทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ_______________________นายจ้าง
________
ลงชื่อ_______________________ลูกจ้าง
________
ลงชื่อ_______________________พยาน
________
ลงชื่อ_______________________พยาน
________