สัญญาอนุญาโตตุลาการ - แบบฟอร์มสำหรับกรอก Word และ PDF Pro · TH-law
✓ Valid in Thailand · drafted to comply with local law
Create your สัญญาอนุญาโตตุลาการ - แบบฟอร์มสำหรับกรอก Word และ PDF for use in Thailand. Answer a few plain-English questions and the document fills in automatically as you go — then download it in Word and PDF, ready to sign or share. This version has been professionally rewritten to comply with local law.
- Answer 20 simple questions — the document fills in as you go
- Live preview: watch your document update in real time
- Download as Word (.docx) and PDF
- Edit your answers and re-download anytime
Fill in the details
0/20Type below — the document on the right updates as you go.
สัญญาอนุญาโตตุลาการ
สัญญาอนุญาโตตุลาการฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "คู่สัญญาฝ่ายที่ 1" ฝ่ายหนึ่ง กับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "คู่สัญญาฝ่ายที่ 2" อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยที่ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้เกิดมีข้อพิพาทระหว่างกันขึ้น
โดยที่ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงระงับข้อพิพาทกันเองได้
โดยที่ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างประสงค์จะระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นดังกล่าวโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ
โดยที่ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงกันให้ระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นดังกล่าวโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อพิพาท
ตามที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้กระทำการ/ดำเนินการระหว่างกัน ดังต่อไปนี้ อันเป็นมูลเหตุแห่งข้อพิพาทตามสัญญาฉบับนี้
________
โดยมีมูลเหตุแห่งนิติสัมพันธ์ระหว่างกัน ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ข้อพิพาท"
ข้อ 2 วิธีอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างประสงค์จะระงับข้อพิพาทระหว่างกันตามสัญญาฉบับนี้ด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ โดยที่
(ก) คู่สัญญาตกลงกันจะเสนอข้อพิพาทตามสัญญาฉบับนี้ให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทดังกล่าวนั้น
(ข) คู่สัญญาตกลงจะผูกพันตามคำชี้ขาดข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้
(ค) ศาลที่มีเขตอำนาจย่อมมีอำนาจบังคับตามคำชี้ขาดข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้
(ง) ในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการใดๆ คู่สัญญาตกลงกันให้เป็นไปตามที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ในสัญญาฉบับนี้
(จ) ในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการใดๆ ที่คู่สัญญามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้งในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาตกลงกันให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "วิธีอนุญาโตตุลาการ"
ข้อ 3 อนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้มีอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้ ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(ก) คู่สัญญาตกลงกันให้มีอนุญาโตตุลาการจำนวนทั้งสิ้น ________ (________) คน ซึ่งต้องเป็นจำนวนเลขคี่ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
(ข) คู่สัญญาตกลงกันให้ ________ เป็นอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "อนุญาโตตุลาการ"
ข้อ 4 อำนาจของอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้อนุญาโตตุลาการมีอำนาจตามสัญญาฉบับนี้ ดังต่อไปนี้
(ก) อนุญาโตตุลาการย่อมมีอำนาจกำหนดประเด็นพิพาทระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอันเกิดจากข้อพิพาทตามสัญญาฉบับนี้
(ข) อนุญาโตตุลาการย่อมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับข้อพิพาท
(ค) อนุญาโตตุลาการย่อมมีอำนาจวินิจฉัยขอบเขตประเด็นข้อพิพาท
(ง) อนุญาโตตุลาการย่อมมีอำนาจวินิจฉัยขอบเขตอำนาจของตน ตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
(จ) อนุญาโตตุลาการย่อมมีอำนาจวินิจฉัยความสมบูรณ์ของสัญญาอนุญาโตตุลาการ
(ฉ) อนุญาโตตุลาการย่อมมีอำนาจวินิจฉัยความสมบูรณ์ของการตั้งอนุญาโตตุลาการ
(ช) อำนาจอื่นๆ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
ข้อ 5 หน้าที่ของอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้อนุญาโตตุลาการมีหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้ ดังต่อไปนี้
(ก) ไม่ว่าในกรณีใดๆ และไม่ว่าเวลาใดๆ ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่อนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการจะต้องมีความเป็นกลางและเป็นอิสระ
(ข) ในกรณีที่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางหรือความเป็นอิสระของอนุญาโตตุลาการคนหนึ่งคนใด อนุญาโตตุลาการคนนั้นตกลงจะเปิดเผยข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายโดยไม่ชักช้า เว้นแต่อนุญาโตตุลาการคนนั้นจะได้แจ้งให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายทราบล่วงหน้าแล้ว ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
(ค) ไม่ว่าในกรณีใดๆ และไม่ว่าเวลาใดๆ ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่อนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการจะต้องมีจำนวน ลักษณะ และ/หรือคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้
(ง) อนุญาโตตุลาการจะต้องรับผิดทางแพ่งใดๆ อันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการโดยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงซึ่งทำให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหาย
(จ) อนุญาโตตุลาการจะต้องไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้และ/หรือตามกฎหมาย
(ฉ) อนุญาโตตุลาการจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการใดๆ ให้เป็นไปตามสัญญาฉบับนี้และ/หรือพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 แล้วแต่กรณี
ข้อ 6 การเริ่มดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้การดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการถือว่าได้เริ่มต้นขึ้นในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้รับหนังสือจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งขอให้ระงับข้อพิพาทนั้นโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ
(ข) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งบอกกล่าวเป็นหนังสือแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งให้ตั้งอนุญาโตตุลาการหรือให้ความเห็นชอบในการตั้งอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาทนั้น หรือ
(ค) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหนังสือแจ้งข้อพิพาทที่ประสงค์จะระงับต่ออนุญาโตตุลาการ
ข้อ 7 การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการโดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(ก) วิธีพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการ
ในการพิจารณาข้อพิพาทใดๆ ในชั้นอนุญาโตตุลาการ
(ข) สถานที่ดำเนินกระบวนพิจารณา
ในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้สถานที่ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคือ ________ หากมิได้กำหนดไว้ ให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้มีอำนาจกำหนดสถานที่ในการดำเนินกระบวนพิจารณา โดยจะต้องคำนึงถึงสภาพแห่งข้อพิพาทและความสะดวกของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นสำคัญ
(ค) ภาษาในการดำเนินกระบวนพิจารณา
ในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ใช้ภาษาไทยในการดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ของอนุญาโตตุลาการ ข้อเรียกร้อง คำคัดค้าน คำร้องที่ทำเป็นหนังสือของคู่สัญญา การสืบพยาน คำชี้ขาด คำวินิจฉัย หรือการสื่อสารใดๆ ที่ทำโดยหรือทำต่ออนุญาโตตุลาการด้วย
(ง) การสืบพยานและการพิจารณา
ในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้อนุญาโตตุลาการมีอำนาจดำเนินการสืบพยานและการพิจารณา ดังต่อไปนี้
(1) อนุญาโตตุลาการอาจดำเนินกระบวนพิจารณาโดยการสืบพยานด้วยวาจา หรือพิจารณาจากเอกสารและพยานหลักฐานอื่นๆ ก็ได้ตามที่เห็นสมควร เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
(2) อนุญาโตตุลาการจะต้องแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสืบพยานหรือการประชุมพิจารณาให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายทราบล่วงหน้าตามสมควร เพื่อให้คู่สัญญามีโอกาสเข้าร่วมในการพิจารณานั้น
(3) ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาในวันสืบพยานหรือวันพิจารณาโดยไม่มีเหตุอันสมควร อนุญาโตตุลาการอาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและทำคำชี้ขาดโดยอาศัยพยานหลักฐานที่มีอยู่ได้
(4) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะนำพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุใดๆ มาสืบเพื่อสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อต่อสู้ของตนก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่อนุญาโตตุลาการกำหนด
(จ) ผู้เชี่ยวชาญ
ในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้อนุญาโตตุลาการอาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งหรือหลายคน เพื่อให้ทำความเห็นเฉพาะในประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่จะต้องชี้ขาด
(2) เรียกให้คู่สัญญาให้ข้อเท็จจริงแก่ผู้เชี่ยวชาญ หรือจัดทำหรือดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ ที่เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจสอบได้
(3) อาจเรียกให้ผู้เชี่ยวชาญนั้นมาให้ข้อเท็จจริงเพื่อให้คู่สัญญามีโอกาสซักถาม ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการเห็นสมควรและผู้เชี่ยวชาญได้ทำความเห็นเป็นหนังสือหรือด้วยวาจา
(4) อาจเรียกให้ผู้เชี่ยวชาญนั้นมาให้ข้อเท็จจริงเพื่อให้คู่สัญญามีโอกาสซักถาม ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอและผู้เชี่ยวชาญได้ทำความเห็นเป็นหนังสือหรือด้วยวาจา ในกรณีเช่นนี้คู่สัญญาฝ่ายนั้นอาจนำพยานผู้เชี่ยวชาญของตนมาสืบในประเด็นดังกล่าวด้วยก็ได้
ข้อ 8 คำชี้ขาด
ในการทำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(ก) อนุญาโตตุลาการจะดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทไปตามกฎหมายที่คู่สัญญากำหนดให้นำมาใช้บังคับกับข้อพิพาทตามสัญญาฉบับนี้
(ข) ในกรณีที่มีอนุญาโตตุลาการมากกว่าหนึ่งคน คำชี้ขาดให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
(ค) อนุญาโตตุลาการจะทำคำชี้ขาดเป็นหนังสือลงลายมือชื่ออนุญาโตตุลาการ
(ง) อนุญาโตตุลาการจะระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยทั้งปวงไว้ในคำชี้ขาดโดยชัดแจ้ง
(จ) อนุญาโตตุลาการจะไม่กำหนดหรือชี้ขาดการใดให้เกินขอบเขตแห่งสัญญาฉบับนี้หรือเกินคำขอของคู่สัญญา
(ฉ) อนุญาโตตุลาการจะระบุวันและสถานที่ดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้ไว้ในคำชี้ขาด และให้ถือว่าคำชี้ขาดดังกล่าวได้ทำขึ้น ณ สถานที่เช่นว่านั้น
(ช) เมื่ออนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดเสร็จสิ้นแล้ว ให้อนุญาโตตุลาการนำส่งสำเนาคำชี้ขาดนั้นให้แก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
(ซ) อนุญาโตตุลาการจะวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทโดยเป็นไปตามข้อสัญญาแห่งข้อพิพาทนั้นทั้งสิ้น
(ฌ) ในกรณีที่ข้อพิพาทที่จะชี้ขาดดังกล่าวนั้นเป็นข้อพิพาททางการค้า อนุญาโตตุลาการจะวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทโดยคำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้าที่ใช้กับธุรกรรมนั้นด้วย
ข้อ 9 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้ขาด
เมื่ออนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดตามสัญญาฉบับนี้แล้ว ภายใน ________ (________) วัน นับแต่วันที่ได้รับคำชี้ขาด คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้
(ก) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตตุลาการแก้ไขข้อผิดพลาดในการคำนวณตัวเลข ข้อผิดพลาดหรือการพิมพ์ที่ผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยในคำชี้ขาดให้ถูกต้องได้ ทั้งนี้ ให้ส่งสำเนาคำร้องให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบด้วย
(ข) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตตุลาการตีความ อธิบายข้อความหรือส่วนหนึ่งส่วนใดในคำชี้ขาดได้ ทั้งนี้ ให้ส่งสำเนาคำร้องให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบด้วย โดยคำตีความ อธิบายความดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำชี้ขาดด้วย
(ค) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเรียกร้องที่ยังมิได้มีการวินิจฉัยไว้ในคำชี้ขาด ทั้งนี้ เมื่อคู่สัญญาฝ่ายนั้นได้แจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบแล้ว
ข้อ 10 การบังคับตามคำชี้ขาด
เมื่ออนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดตามสัญญาฉบับนี้แล้ว ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดประสงค์จะให้มีการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายในกำหนดเวลา 3 (สาม) ปี นับแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดนั้นได้ ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
ข้อ 11 วิธีการคุ้มครองชั่วคราว
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจให้มีคำสั่งใช้วิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของตนก่อนหรือในขณะดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการนั้นก็ได้ ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
ทั้งนี้ โดยดุลยพินิจของศาลและตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความของศาลนั้นๆ
ข้อ 12 การประนีประนอมยอมความ
ไม่ว่า ณ ระยะเวลาใดๆ ในระหว่างดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาอาจตกลงร่วมกันประนีประนอมยอมความกันได้ โดยผ่อนผันให้แก่กันไว้ต่อหน้าอนุญาโตตุลาการ
โดยที่ เมื่อเป็นไปตามกรณี ดังต่อไปนี้ ทั้งสิ้น
(ก) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายร้องขอต่ออนุญาโตตุลาการ และ
(ข) อนุญาโตตุลาการเห็นว่าข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความกันนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
ในกรณีเช่นนี้ ให้อนุญาโตตุลาการ
(ก) มีคำสั่งยุติกระบวนพิจารณา และ
(ข) มีคำชี้ขาดไปตามข้อตกลงประนีประนอมยอมความนั้น
ข้อ 13 ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการอันจำเป็นและสมควรตามสัญญาฉบับนี้ (ถ้ามี) อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการ ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสถานที่และการดำเนินการอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้กำหนดในคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ ในส่วนของความรับผิดในค่าใช้จ่ายระหว่างคู่สัญญา ให้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ดังนี้ ________
ข้อ 14 การสิ้นสุดของความเป็นอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ความเป็นอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้
(ก) อนุญาโตตุลาการตาย
(ข) อนุญาโตตุลาการไม่ยินยอมรับการแต่งตั้ง
(ค) อนุญาโตตุลาการถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
(ง) อนุญาโตตุลาการถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(จ) อนุญาโตตุลาการไม่ปฏิบัติหน้าที่ภายในระยะเวลาอันสมควรด้วยเหตุอื่น
(ฉ) อนุญาโตตุลาการขอถอนตัว
(ช) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้ความเป็นอนุญาโตตุลาการสิ้นสุดลง
(ซ) ศาลที่มีเขตอำนาจมีคำสั่งยอมรับซึ่งคำคัดค้านอนุญาโตตุลาการของคู่สัญญาตามสัญญาฉบับนี้
ข้อ 15 การแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทน
ในกรณีที่ความเป็นอนุญาโตตุลาการได้สิ้นสุดลงในระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
________
ข้อ 16 การสิ้นสุดการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ
การดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้ย่อมสิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้
(ก) อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดเสร็จเด็ดขาดในข้อพิพาทตามสัญญาฉบับนี้
(ข) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ในระหว่างดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ
(ค) อนุญาโตตุลาการมีคำสั่งให้ยุติกระบวนพิจารณา ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) คู่สัญญาฝ่ายที่เรียกร้องขอถอนข้อเรียกร้อง โดยที่
(ก) ไม่ปรากฏคำคัดค้านการถอนข้อเรียกร้องของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง
(ข) ปรากฏคำคัดค้านการถอนข้อเรียกร้องของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง แต่อนุญาโตตุลาการไม่เห็นถึงประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญาฝ่ายที่คัดค้านในการที่จะได้รับการวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาทนั้น
(2) คู่สัญญาฝ่ายที่เรียกร้องไม่ยื่นข้อเรียกร้องของตนตามวิธีและระยะเวลาที่กำหนด
(3) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันให้ยุติกระบวนพิจารณา
(4) อนุญาโตตุลาการเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป หรือไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้
ข้อ 17 การคัดค้าน
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิที่จะคัดค้านในกระบวนการพิจารณาข้อพิพาท ดังต่อไปนี้
(ก) การคัดค้านอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจคัดค้านอนุญาโตตุลาการได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) ปรากฏข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางหรือความเป็นอิสระของอนุญาโตตุลาการ
(2) ปรากฏข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเหตุอันควรสงสัยถึงการขาดคุณสมบัติของอนุญาโตตุลาการตามที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ในสัญญาฉบับนี้
(3) อนุญาโตตุลาการผู้นั้นเป็นผู้ไร้ความสามารถ
(4) อนุญาโตตุลาการผู้นั้นไม่สามารถทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการได้
(5) อนุญาโตตุลาการผู้นั้นมีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทนั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เป็นญาติเกี่ยวข้องกับคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถูกอ้างเป็นพยานโดยที่ได้รู้ได้เห็นเหตุการณ์ หรือถูกอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความรู้เป็นพิเศษเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทนั้น เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้างของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เคยได้เป็นหรือเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้แทน หรือทนายความของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาแล้ว
ในกรณีที่คู่สัญญาประสงค์จะคัดค้านอนุญาโตตุลาการตามข้อสัญญานี้ คู่สัญญาฝ่ายนั้นจะต้องยื่นหนังสือแสดงเหตุแห่งการคัดค้านต่ออนุญาโตตุลาการภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการตั้งอนุญาโตตุลาการ หรือรู้ถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการคัดค้าน ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 และอาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยคำคัดค้าน
(ข) การคัดค้านขอบเขตอำนาจของอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจคัดค้านขอบเขตอำนาจของอนุญาโตตุลาการ โดยที่
(1) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจคัดค้านขอบเขตอำนาจของอนุญาโตตุลาการในการพิจารณาข้อพิพาทใดข้อพิพาทหนึ่ง โดยคู่สัญญาฝ่ายนั้นจะต้องยกคำคัดค้านนั้นขึ้นว่ากล่าวไม่ช้ากว่าวันยื่นคำคัดค้านต่อสู้ในประเด็นข้อพิพาทนั้น
(2) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจคัดค้านการกระทำเกินขอบเขตอำนาจของอนุญาโตตุลาการ โดยคู่สัญญาฝ่ายนั้นจะต้องยกคำคัดค้านนั้นขึ้นว่ากล่าวในทันทีที่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการพิจารณาเห็นว่าการที่ล่าช้านั้นมีเหตุสมควร อนุญาโตตุลาการอาจอนุญาตให้คู่สัญญายกขึ้นว่ากล่าวภายหลังระยะเวลาที่กำหนดไว้ก็ได้
(ค) การคัดค้านคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจคัดค้านคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ โดยการขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ ต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 90 (เก้าสิบ) วัน นับแต่วันได้รับสำเนาคำชี้ขาด ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ในกรณี ดังต่อไปนี้
ข้อ 18 คำรับรองของคู่สัญญา
ในการเข้าทำสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ให้คำรับรองไว้แก่กัน ดังต่อไปนี้
(ก) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงและรับทราบดีว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้ย่อมผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
(ข) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงและรับทราบดีว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้ย่อมสามารถบังคับได้ตามคำชี้ขาด เมื่อได้มีการร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจนั้น
(ค) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงและรับทราบดีว่าศาลที่คู่สัญญาร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนั้น อาจปฏิเสธการขอบังคับตามคำชี้ขาดได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อปรากฏต่อศาลว่าคำชี้ขาดนั้นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ไม่สามารถจะระงับโดยการอนุญาโตตุลาการได้ตามกฎหมาย หรือ
(2) เมื่อการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(ง) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงจะไม่กระทำการ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใด ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่อนุญาโตตุลาการเพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำการใดอันมิชอบด้วยหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการ
(จ) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงและรับทราบดีว่าการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้ ถือเป็นการมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันเป็นผลทำให้อายุความแห่งข้อพิพาทนั้นสะดุดหยุดลง
(ฉ) ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้เป็นคนต่างด้าว คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องในส่วนของตนซึ่งใช้ประกอบคำขอและ/หรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้อนุญาโตตุลาการนั้นสามารถดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการในราชอาณาจักรได้และเพื่อให้สามารถทำงานในราชอาณาจักรตามตำแหน่งหน้าที่ของตน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560
ข้อ 19 การรักษาความลับและข้อมูลส่วนบุคคล
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะรักษาความลับเกี่ยวกับข้อพิพาท กระบวนพิจารณา พยานหลักฐาน และคำชี้ขาดตามสัญญาฉบับนี้ มิให้เปิดเผยแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เพื่อการบังคับหรือคัดค้านคำชี้ขาด หรือเป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง คู่สัญญาตกลงจะปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อ 20 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำสัญญาฉบับนี้เพียงลำพัง ไม่ทำให้คู่สัญญาและพนักงานของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย มีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน หรือเป็นหุ้นส่วนกันตามกฎหมายหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด
ข้อ 21 การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
ไม่ว่าในกรณีใดๆ เมื่อมีการโอนสิทธิเรียกร้องหรือความรับผิดใดๆ ที่มีอยู่เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องหรือความรับผิดในข้อพิพาทตามสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงและทราบดีว่าสิทธิเรียกร้องหรือความรับผิดนั้นย่อมผูกพันผู้รับโอนด้วย
ข้อ 22 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 23 ความเป็นที่สุดของสัญญา
สัญญาฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใดๆ ที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับ
ข้อ 24 การแยกส่วนของสัญญา
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในสัญญาฉบับนี้
ข้อ 25 การบอกกล่าว
คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้สัญญาฉบับนี้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อเรียกร้อง คำคัดค้าน คำร้อง เอกสาร หรือข้อมูลที่ต้องทำเป็นหนังสือ จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่าได้มีการส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 7 (เจ็ด) วัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือตามที่อยู่ในสัญญาฉบับนี้เป็นสำคัญ
ข้อ 26 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย
ข้อ 27 กฎหมายที่ใช้บังคับ
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อ 28 ศาลที่มีเขตอำนาจ
คู่สัญญาตกลงให้ ________ เป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคำร้องขอบังคับตามคำชี้ขาด คำร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาด คำร้องขอใช้วิธีการชั่วคราว และบรรดาคำร้องอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องกับการอนุญาโตตุลาการตามสัญญาฉบับนี้
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนาทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ_______________________คู่สัญญาฝ่ายที่ 1
(________)
ลงชื่อ_______________________คู่สัญญาฝ่ายที่ 2
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
Fields you complete are inserted into the document live. This template is general guidance only — not legal advice.