สัญญาซื้อขายกิจการ - แบบฟอร์มสำหรับกรอก Word และ PDF Pro · TH-law
✓ Valid in Thailand · drafted to comply with local law
Create your สัญญาซื้อขายกิจการ - แบบฟอร์มสำหรับกรอก Word และ PDF for use in Thailand. Answer a few plain-English questions and the document fills in automatically as you go — then download it in Word and PDF, ready to sign or share. This version has been professionally rewritten to comply with local law.
- Answer 42 simple questions — the document fills in as you go
- Live preview: watch your document update in real time
- Download as Word (.docx) and PDF
- Edit your answers and re-download anytime
Fill in the details
0/42Type below — the document on the right updates as you go.
สัญญาซื้อขายกิจการ
สัญญาซื้อขายกิจการฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้ขายกิจการ" ฝ่ายหนึ่งกับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้ซื้อกิจการ" อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่อไปนี้อาจเรียกรวมกันว่า "คู่สัญญา" และอาจเรียกแยกแต่ละฝ่ายว่า "คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด"
โดยที่
(ก) ผู้ขายกิจการเป็นผู้ประกอบกิจการดังที่จะกล่าวต่อไปในสัญญาฉบับนี้ และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ อันเกี่ยวกับกิจการดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย
(ข) ผู้ซื้อกิจการมีความประสงค์จะเข้าซื้อกิจการดังกล่าว และ
(ค) ผู้ขายกิจการตกลงที่จะขายกิจการดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อกิจการ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้ โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการซื้อขาย (มาตรา 453 ถึงมาตรา 517) และบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
§ 1 กิจการ
ผู้ขายกิจการตกลงขายและผู้ซื้อกิจการตกลงซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ อันเกี่ยวข้องกับกิจการที่มีชื่อว่า ________ เลขทะเบียนพาณิชย์/เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ________ ตั้งอยู่ที่ ________ ซึ่งประกอบกิจการอันมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "กิจการ"
§ 2 ทรัพย์สินของกิจการที่ซื้อขาย
2.1 ผู้ขายกิจการตกลงขายและผู้ซื้อกิจการตกลงซื้อทรัพย์สินอันเกี่ยวกับกิจการ ________ ตามรายการและรายละเอียดทรัพย์สินที่ซื้อขายอันมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
________
ทั้งนี้ ตามที่ปรากฏในรายการและรายละเอียดทรัพย์สินที่ซื้อขายที่แนบท้ายสัญญาฉบับนี้ (เอกสารแนบท้ายสัญญา ก.) ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ทรัพย์สินของกิจการที่ซื้อขาย"
2.2 ผู้ขายกิจการรับรองและรับประกันว่าทรัพย์สินของกิจการที่ซื้อขายเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายกิจการโดยปลอดจากการรอนสิทธิ ภาระจำนอง จำนำ สิทธิยึดหน่วง หรือบุริมสิทธิใด ๆ ของบุคคลภายนอกตามมาตรา 475 และมาตรา 480 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และผู้ขายกิจการตกลงรับผิดในความชำรุดบกพร่องและการรอนสิทธิตามมาตรา 472 และมาตรา 475 แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าว
2.3 ในกรณีที่ทรัพย์สินของกิจการที่คู่สัญญาตกลงซื้อขายกันเป็นทรัพย์สินที่มีทะเบียน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง อสังหาริมทรัพย์ สิ่งปลูกสร้าง ที่ดิน รถยนต์ ตราสารหนี้และ/หรือตราสารทุนที่มีนายทะเบียน คู่สัญญาตกลงจะดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์และ/หรือผู้ถือสิทธิทางทะเบียนต่อนายทะเบียนของทรัพย์สินอันมีทะเบียนดังกล่าวให้เรียบร้อยภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจากวันที่ครบกำหนดการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 456 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2.4 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมกันรับผิดชอบค่าธรรมเนียมราชการและ/หรือภาษีอันเกี่ยวกับการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์และ/หรือผู้ถือสิทธิทางทะเบียนของทรัพย์สินดังกล่าวทั้งสิ้นฝ่ายละเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง
§ 3 เครื่องหมายการค้าของกิจการ
3.1 ผู้ขายกิจการตกลงขายและผู้ซื้อกิจการตกลงซื้อสิทธิในเครื่องหมายการค้าของกิจการ ________ ตามรายการและรายละเอียดเครื่องหมายการค้าของกิจการอันมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
________
ทั้งนี้ ตามที่ปรากฏในรายการและรายละเอียดเครื่องหมายการค้าของกิจการที่แนบท้ายสัญญาฉบับนี้ (เอกสารแนบท้ายสัญญา ข.) ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "เครื่องหมายการค้า"
3.2 ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าที่คู่สัญญาตกลงซื้อขายกันได้จดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า คู่สัญญาตกลงจะดำเนินการจดทะเบียนหรือจดแจ้งโอนสิทธิทางทะเบียนต่อนายทะเบียนของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวให้เรียบร้อยภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจากวันที่ครบกำหนดการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ การโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
3.3 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมกันรับผิดชอบค่าธรรมเนียมราชการอันเกี่ยวกับการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวทั้งสิ้นฝ่ายละเท่า ๆ กัน
§ 4 ความลับทางการค้าของกิจการ
4.1 ผู้ขายกิจการตกลงขายและผู้ซื้อกิจการตกลงซื้อข้อมูลความลับทางการค้าของกิจการ ดังต่อไปนี้
________
ทั้งนี้ ตามที่ปรากฏในรายการและรายละเอียดความลับทางการค้าของกิจการที่แนบท้ายสัญญาฉบับนี้ (เอกสารแนบท้ายสัญญา ค.) ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ความลับทางการค้าของกิจการ"
4.2 ความลับทางการค้าของกิจการได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 และเมื่อมีการโอนสิทธิแล้ว ผู้ซื้อกิจการย่อมเป็นผู้ควบคุมความลับทางการค้าดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย
§ 5 การโอนสิทธิการเช่า
5.1 ผู้ขายกิจการตกลงจะโอนและผู้ซื้อกิจการตกลงจะรับโอนซึ่งสิทธิการเช่าสถานที่ประกอบกิจการตามสัญญาฉบับนี้ อันได้แก่
________ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ________
ทั้งนี้ ตามที่ปรากฏในสัญญาเช่า________ที่แนบท้ายสัญญาฉบับนี้ (เอกสารแนบท้ายสัญญา ง.)
5.2 ผู้ขายกิจการตกลงจะดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ผู้ซื้อกิจการเป็นผู้มีสิทธิการเช่าในสถานที่ประกอบกิจการตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าฉบับดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ โดยจะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าก่อนการโอนสิทธิตามมาตรา 544 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(ก) การดำเนินการเปลี่ยนแปลงผู้เช่าต่อผู้ให้เช่า
(ข) การเปลี่ยนแปลงสิทธิการรับคืนซึ่งเงินประกันการเช่า ค่าเช่าล่วงหน้า และ/หรือเงินประกันความเสียหาย (ถ้ามี)
(ค) การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้เช่าต่อนายทะเบียน (ถ้ามี)
§ 6 พนักงานลูกจ้างของกิจการ
6.1 ภายใต้ความยินยอมของลูกจ้าง ผู้ขายกิจการตกลงยินยอมให้ผู้ซื้อกิจการมีสิทธิเข้าเป็นนายจ้างใหม่ของลูกจ้างของกิจการ จำนวนทั้งสิ้น ________ (________) คน อันมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
________
6.2 คู่สัญญารับทราบว่า การเปลี่ยนตัวนายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และผู้ซื้อกิจการในฐานะนายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างทุกประการ โดยให้นับอายุงานของลูกจ้างต่อเนื่อง ในกรณีที่ลูกจ้างคนใดไม่ยินยอมโอนไปเป็นลูกจ้างของผู้ซื้อกิจการ ผู้ขายกิจการตกลงรับผิดชอบจ่ายค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานแก่ลูกจ้างผู้นั้นเองทั้งสิ้น
6.3 ไม่ว่าระยะเวลาใด ๆ ภายหลังจากวันที่ซื้อขายกิจการ ผู้ขายกิจการตกลงว่าจะไม่ชักจูง จูงใจ หรือว่าจ้างให้ลูกจ้างดังกล่าวข้างต้นกลับเข้ามาทำงานกับตน
§ 7 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเปิดเผยและส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง ลูกค้า คู่ค้า หรือบุคคลใด ๆ อันเกี่ยวกับกิจการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยเคร่งครัด ผู้ขายกิจการรับรองว่าได้แจ้งวัตถุประสงค์และได้รับฐานทางกฎหมายโดยชอบในการเปิดเผยและโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อกิจการ และผู้ซื้อกิจการตกลงจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับโอนมาตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายและจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
§ 8 การตรวจสอบและประเมินกิจการ
8.1 เพื่อให้ผู้ซื้อกิจการได้มาซึ่งกิจการที่มีความสามารถทางธุรกิจตามวัตถุประสงค์แห่งสัญญาฉบับนี้ ผู้ขายกิจการรับทราบและตกลงให้ ภายในระยะเวลา ________ (________) วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาฉบับนี้ ผู้ซื้อกิจการหรือตัวแทนที่ผู้ซื้อกิจการแต่งตั้งมีสิทธิดำเนินการตรวจสอบและประเมินกิจการที่ซื้อขายตามสัญญาฉบับนี้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(ก) การปฏิบัติตามกฎหมายของกิจการ
(ข) งบแสดงสถานะทางการเงิน การบันทึกบัญชีกำไรขาดทุน บัญชีเงินสด
(ค) ยอดขายของกิจการ รายรับ-รายจ่ายของกิจการ
(ง) เอกสารสำคัญการจดทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐ
(จ) เอกสารสำคัญอื่นใดเกี่ยวกับกิจการที่ซื้อขาย
(ฉ) การดำเนินงานภายในกิจการ
(ช) กระบวนการตรวจสอบภายใน
(ซ) การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "การตรวจสอบและประเมินกิจการ"
8.2 ผู้ขายกิจการตกลงจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการตรวจสอบและประเมินกิจการดังกล่าวของผู้ซื้อกิจการหรือตัวแทนตามที่ผู้ซื้อกิจการหรือตัวแทนร้องขอ
8.3 ข้อมูลหรือเอกสารใด ๆ ที่ผู้ขายกิจการได้เปิดเผยและ/หรือมอบให้ในการดำเนินการดังกล่าว ผู้ขายกิจการให้คำรับรองว่าข้อมูลและ/หรือเอกสารเหล่านั้นล้วนถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ รวมถึงจะเปิดเผยหรือให้ข้อมูลสำคัญใด ๆ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของและผู้ประกอบกิจการดังกล่าวพึงควรทราบด้วย
§ 9 ระยะปลอดพันธะ
9.1 ภายในระยะเวลา ________ (________) วัน นับแต่วันที่ทำสัญญาฉบับนี้ ซึ่งผู้ซื้อกิจการหรือตัวแทนที่ผู้ซื้อกิจการแต่งตั้งมีสิทธิดำเนินการตรวจสอบและประเมินกิจการที่ซื้อขายตาม § 8 ผู้ขายกิจการตกลงให้ผู้ซื้อกิจการมีสิทธิในการพิจารณา ทบทวน และไตร่ตรองการซื้อกิจการตามสัญญาฉบับนี้อีกครั้ง โดยที่ผู้ซื้อกิจการอาจบอกเลิกสัญญาฉบับนี้เมื่อใดก็ได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว โดยไม่ถือว่าเป็นการผิดสัญญาต่อผู้ขายกิจการแต่อย่างใด
9.2 ในกรณีที่ผู้ซื้อกิจการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามวรรคก่อน ผู้ขายกิจการตกลงจะคืนเงินใด ๆ ที่ผู้ซื้อกิจการได้ชำระไว้แล้วก่อนหน้าให้แก่ผู้ซื้อกิจการทั้งสิ้นภายใน 7 (เจ็ด) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการบอกเลิกสัญญา
9.3 เมื่อพ้นกำหนดระยะปลอดพันธะแล้วและผู้ซื้อกิจการมิได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามวรรคก่อน ให้ถือว่าผู้ซื้อกิจการได้จัดให้มีการตรวจสอบและประเมินกิจการจนเป็นที่น่าพอใจแก่ผู้ซื้อกิจการแล้ว
§ 10 การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในการดำเนินกิจการ
10.1 ผู้ขายกิจการและ/หรือตัวแทนของผู้ขายกิจการตกลงจะสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในการดำเนินกิจการตามสัญญาฉบับนี้แก่ผู้ซื้อกิจการหรือตัวแทนของผู้ซื้อกิจการ ดังต่อไปนี้
(ก) การอบรมและฝึกสอนกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการ
(ข) การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ
(ค) การให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกิจการ
(ง) การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลืออื่นใดที่ผู้ซื้อกิจการร้องขอ โดยเฉพาะในกรณี ดังต่อไปนี้
________
10.2 คู่สัญญาตกลงร่วมกันกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือตามวรรคก่อนเป็นเวลา ________ นับแต่วันที่ครบกำหนดการซื้อขายกิจการ ทั้งนี้ ตามความจำเป็นและสมควรแก่ลักษณะของกิจการ
§ 11 กำหนดการซื้อขายกิจการ
ผู้ขายกิจการตกลงจะส่งมอบกิจการที่ซื้อขายตามสัญญาฉบับนี้ ให้ตกเป็นสิทธิเด็ดขาดและอยู่ในการครอบครองของผู้ซื้อกิจการทั้งสิ้น ภายในวันที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "กำหนดการซื้อขายกิจการ"
§ 12 ค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการ
12.1 ผู้ขายกิจการตกลงขายและผู้ซื้อกิจการตกลงซื้อกิจการตามสัญญาฉบับนี้ โดยผู้ซื้อกิจการตกลงจะชำระค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่ผู้ขายกิจการเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ________ บาท (________)
12.2 โดยมีรายละเอียดค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการ ดังต่อไปนี้
(ก) ทรัพย์สินของกิจการ จำนวน ________ บาท
(ข) เครื่องหมายการค้าของกิจการ จำนวน ________ บาท
(ค) ความลับทางการค้าของกิจการ จำนวน ________ บาท
(ง) การโอนสิทธิการเช่าของกิจการ จำนวน ________ บาท
(จ) ค่าความนิยมและการรับโอนลูกจ้างของกิจการ จำนวน ________ บาท
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการ"
§ 13 กำหนดการชำระค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการ
ผู้ซื้อกิจการตกลงจะชำระราคาค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่ผู้ขายกิจการ เต็มจำนวน ________ บาท (________) ตามกำหนดและงวดการชำระ ดังต่อไปนี้
________
ทั้งนี้ การชำระงวดสุดท้ายจะกระทำภายในวันที่การส่งมอบกิจการตามกำหนดการซื้อขายกิจการสำเร็จเสร็จสิ้นครบถ้วนทุกประการ
§ 14 วิธีการชำระค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการ
14.1 ผู้ซื้อกิจการตกลงจะชำระค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการให้แก่ผู้ขายกิจการ โดย นำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร อันมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
________
14.2 เมื่อผู้ซื้อกิจการได้ชำระเงินให้แก่ผู้ขายกิจการแล้ว ผู้ขายกิจการตกลงจะจัดทำใบสำคัญรับเงินให้แก่ผู้ซื้อกิจการเพื่อเป็นหลักฐานแห่งการชำระเงินนั้นต่อไป
§ 15 ภาษีอากรและค่าธรรมเนียม
เว้นแต่จะได้กำหนดตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้งในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต่างตกลงจะรับผิดชอบภาระหน้าที่การเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรและค่าธรรมเนียมราชการใด ๆ ตามกฎหมายซึ่งเป็นหน้าที่ของตนในการนั้น ๆ เองทั้งสิ้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ และภาษีธุรกิจเฉพาะ (ถ้ามี)
§ 16 คำรับรองและการรับประกันของผู้ขายกิจการ
ในการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ ผู้ขายกิจการได้ให้คำรับรองและรับประกันแก่ผู้ซื้อกิจการ ดังต่อไปนี้
§ 17 ความรับผิดของคู่สัญญา
คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะรับผิดชอบต่อความเสียหายแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำการใด ๆ ของตนไม่ว่าด้วยความจงใจหรือด้วยความประมาทที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้
§ 18 การรับผิดชดใช้
18.1 ในกรณีที่มีบุคคลภายนอกกล่าวอ้างสิทธิ เรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชยใด ๆ กับผู้ซื้อกิจการซึ่งเกิดจากการซื้อขายกิจการและ/หรือเกี่ยวกับกิจการอันเป็นมูลเหตุที่เกิดขึ้นก่อนกำหนดการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ ผู้ขายกิจการตกลงจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดเพื่อปกป้องผู้ซื้อกิจการจากข้อเรียกร้องนั้น ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การปัดป้อง โต้แย้งข้อเรียกร้องนั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย
18.2 ในกรณีที่ผู้ซื้อกิจการต้องชำระหนี้ใด ๆ แก่บุคคลนั้นไปตามคำพิพากษาของศาลหรือได้ชำระตามคำสั่งอื่นใดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้ขายกิจการตกลงจะรับผิดชดใช้ให้แก่ผู้ซื้อกิจการทั้งสิ้น ทั้งนี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้ซื้อกิจการในการเรียกร้องความเสียหายอื่น ๆ จากผู้ขายกิจการอันเกิดจากเหตุดังกล่าว (ถ้ามี)
§ 19 เบี้ยปรับ
คู่สัญญาได้มีความตกลงกันเกี่ยวกับเบี้ยปรับในกรณีต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ ดังต่อไปนี้
(ก) การส่งมอบกิจการล่าช้า
ในกรณีที่ผู้ขายกิจการไม่สามารถส่งมอบกิจการที่ซื้อขายได้ภายในกำหนดการซื้อขายกิจการหรือกำหนดระยะเวลาอื่นใด ๆ ตามสัญญาฉบับนี้โดยปราศจากเหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย ผู้ขายกิจการตกลงจะชำระเบี้ยปรับการส่งมอบกิจการล่าช้าให้แก่ผู้ซื้อกิจการเป็นรายวันในอัตรา ________ ต่อวันของค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการที่ผู้ซื้อกิจการได้ชำระไปแล้ว จนกว่าจะมีการส่งมอบกิจการครบถ้วน
(ข) การชำระเงินล่าช้า
หนี้ใด ๆ ที่ผู้ซื้อกิจการมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ราคาค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการ หากผู้ซื้อกิจการไม่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ถูกต้องตามวิธีการชำระเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ ผู้ซื้อกิจการตกลงจะชำระดอกเบี้ยผิดนัดให้ผู้ขายกิจการในอัตรา ________ ต่อปี ของจำนวนเงินที่ผิดนัดชำระจนกว่าจะได้มีการชำระราคาถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 7 และมาตรา 224 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ทั้งนี้ หากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงได้ตามมาตรา 383 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการเรียกร้องเบี้ยปรับตามข้อสัญญานี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของคู่สัญญาฝ่ายเรียกร้องที่จะบอกเลิกสัญญาฉบับนี้หรือเรียกร้องค่าเสียหายอื่นอีก (ถ้ามี)
§ 20 การห้ามค้าแข่ง
ตลอดระยะเวลา ________ นับจากวันที่ซื้อขายกิจการ ภายในเขตพื้นที่ ________ ผู้ขายกิจการตกลงจะ
(ก) ไม่ประกอบกิจการหรือให้บริการในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกับกิจการตามสัญญาฉบับนี้ ภายในช่องทางและ/หรือบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันอันเป็นการแข่งขันกับกิจการตามสัญญาฉบับนี้โดยตรง
(ข) ไม่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับกิจการที่มีลักษณะดังกล่าวในข้อ (ก) อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน กรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา หรือตัวแทนใด ๆ
(ค) ไม่ทำการใด ๆ ให้ผู้ซื้อกิจการเสียประโยชน์จากการประกอบกิจการในลักษณะเช่นว่า ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
ทั้งนี้ ข้อจำกัดดังกล่าวเป็นข้อจำกัดที่จำกัดทั้งระยะเวลาและเขตพื้นที่อย่างพอสมควรเพื่อคุ้มครองประโยชน์อันชอบธรรมในกิจการที่ซื้อขาย และมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย
§ 21 การเก็บรักษาข้อมูลความลับ
(ก) การปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ
(ข) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการล่วงหน้าจากคู่สัญญาฝ่ายเจ้าของข้อมูลนั้น
§ 22 การเลิกสัญญา
สัญญาซื้อขายกิจการฉบับนี้ อาจถูกบอกเลิกได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดและไม่แก้ไขเยียวยาภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง และคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญานั้นได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ
(ข) คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาในสาระสำคัญและคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญานั้นได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ
เพื่อประโยชน์แห่งความชัดเจน การผิดสัญญาในสาระสำคัญแห่งการซื้อขายกิจการตามสัญญาฉบับนี้ หมายความรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(1) การเปิดเผยข้อมูลและ/หรือเอกสารอันเป็นเท็จเกี่ยวกับกิจการ
(2) การปฏิบัติผิดคำรับรองและการรับประกันของผู้ขายกิจการ
(3) การผิดนัดชำระค่าตอบแทนการซื้อขายกิจการตามกำหนดระยะเวลา
(4) การผิดนัดส่งมอบกิจการตามกำหนดการซื้อขายกิจการ
(ค) ผู้ซื้อกิจการได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาฉบับนี้ภายในระยะปลอดพันธะ อันได้แก่ ระยะเวลา ________ (________) วัน นับแต่วันที่ทำสัญญาฉบับนี้
ทั้งนี้ ผลแห่งการเลิกสัญญาให้เป็นไปตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม
§ 23 เอกสารแนบท้ายสัญญา
เอกสารดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้
(ก) เอกสารแนบท้ายสัญญา ก. รายการและรายละเอียดทรัพย์สินที่ซื้อขาย
(ข) เอกสารแนบท้ายสัญญา ข. รายการและรายละเอียดเครื่องหมายการค้าของกิจการ
(ค) เอกสารแนบท้ายสัญญา ค. รายการและรายละเอียดความลับทางการค้าของกิจการ
(ง) เอกสารแนบท้ายสัญญา ง. สัญญาเช่า________
ในกรณีที่ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขใด ๆ ในสัญญาฉบับนี้ขัดกับข้อกำหนดหรือเงื่อนไขใด ๆ ในเอกสารแนบท้ายสัญญา คู่สัญญาตกลงกันให้ใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาฉบับนี้บังคับเป็นสำคัญ และในกรณีที่มีความขัดแย้งกันระหว่างเอกสารแนบท้ายสัญญาด้วยกันเอง คู่สัญญาตกลงจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ซื้อกิจการแต่เพียงผู้เดียว
§ 24 การโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญา
คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะไม่โอนสิทธิและ/หรือหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งล่วงหน้า ทั้งนี้ การโอนสิทธิเรียกร้องต้องปฏิบัติตามมาตรา 306 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
§ 25 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือล่าช้าในการใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาฉบับนี้หรือตามกฎหมายในกรณีหนึ่งกรณีใด ไม่ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิหรือประสงค์จะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวในกรณีอื่น ๆ หรือในภายหลังแต่อย่างใด
§ 26 ความเป็นที่สุดและความสมบูรณ์ของสัญญา
สัญญาฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใด ๆ ที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับ
§ 27 การแยกส่วนของสัญญา
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่น ๆ ในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในสัญญาฉบับนี้
§ 28 การบอกกล่าว
คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้สัญญาฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่า
(ก) คำบอกกล่าวหรือหนังสือนั้นได้ถูกส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ โดยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือ
(ข) คำบอกกล่าวหรือหนังสือนั้นได้ถูกส่งไปยังคู่สัญญาแต่ละฝ่ายโดยวิธีการอื่นที่คู่สัญญาอาจตกลงร่วมกัน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง จดหมาย/ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ของคู่สัญญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 3 (สาม) วัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือตามที่อยู่ในสัญญาฉบับนี้เป็นสำคัญ
§ 29 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อร่วมกัน และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย
§ 30 กฎหมายที่ใช้บังคับ
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
§ 31 การระงับข้อพิพาท
ข้อโต้เถียง ข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อ ________ ในราชอาณาจักรไทย
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่าง ๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนาทุกประการ เพื่อเป็นหลักฐานจึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ_______________________ผู้ขายกิจการ
________
ลงชื่อ_______________________ผู้ซื้อกิจการ
________
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
เอกสารแนบท้ายสัญญา ก.
รายการและรายละเอียดทรัพย์สินที่ซื้อขาย
(ก) รายการทรัพย์สินที่ซื้อขาย (เช่น รูปภาพ/รายการ เครื่องมือ อุปกรณ์ สินค้าคงคลัง)
(ข) เอกสารแสดงการถือครองกรรมสิทธิ์/เอกสารทางทะเบียนของทรัพย์สินที่ซื้อขาย (ถ้ามี) (เช่น โฉนดที่ดิน/หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร)
________
เอกสารแนบท้ายสัญญา ข.
รายการและรายละเอียดเครื่องหมายการค้าของกิจการ
(ก) รูปภาพเครื่องหมายการค้าของกิจการ/ธุรกิจ ตรา สัญลักษณ์ โลโก้ของร้าน สินค้า และ/หรือบริการ
(ข) ใบสำคัญจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ถ้ามี) ในกรณีเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน
________
เอกสารแนบท้ายสัญญา ค.
รายการและรายละเอียดความลับทางการค้าของกิจการ
________
เอกสารแนบท้ายสัญญา ง.
สัญญาเช่า________
________
Fields you complete are inserted into the document live. This template is general guidance only — not legal advice.