นโยบายความเป็นส่วนตัว - แบบฟอร์มสำหรับกรอก Word และ PDF Pro · TH-law

Valid in Thailand · drafted to comply with local law

Create your นโยบายความเป็นส่วนตัว - แบบฟอร์มสำหรับกรอก Word และ PDF for use in Thailand. Answer a few plain-English questions and the document fills in automatically as you go — then download it in Word and PDF, ready to sign or share. This version has been professionally rewritten to comply with local law.

  • Answer 20 simple questions — the document fills in as you go
  • Live preview: watch your document update in real time
  • Download as Word (.docx) and PDF
  • Edit your answers and re-download anytime
Save to access it later, on any device.

Fill in the details

0/20

Type below — the document on the right updates as you go.

นโยบายความเป็นส่วนตัว - แบบฟอร์มสำหรับกรอก Word และ PDF
🔒The clauses below are blurred in the preview. Fill in your details, then pay once to unlock the full document and download it as Word & PDF.

นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
เว็บไซต์ ________

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "นโยบาย" จัดทำขึ้นโดยสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง โดยมีผลใช้บังคับครั้งแรกเมื่อวันที่ ________ และมีการปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ________ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 คำนิยาม

ภายในนโยบายฉบับนี้

(ก) "เว็บไซต์" หมายความว่า เว็บไซต์ ชื่อว่า ________ และมีที่อยู่เว็บไซต์ที่ ________
(ข) "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" หรือ "ผู้ควบคุมข้อมูล" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อันได้แก่ ________ เลขประจำตัวประชาชน/เลขทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ ________ สำนักงานตั้งอยู่ที่ ________ โดยมีผู้มีอำนาจกระทำการแทนคือ ________
(ค) "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" หรือ "ผู้ประมวลผลข้อมูล" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล
(ง) "ข้อมูล" หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใดๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใดๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้
(จ) "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
(ฉ) "ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว" หรือ "Sensitive Data" หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อันได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
(ช) "ผู้ใช้งาน" หมายความว่า ท่าน ผู้เยี่ยมชม ผู้ใช้ ผู้เป็นสมาชิกของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้
(ซ) "กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่ออกตามความในกฎหมายดังกล่าว ตลอดจนที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหน้า
(ฌ) "เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" หรือ "DPO" หมายความว่า เจ้าหน้าที่ที่ผู้ควบคุมข้อมูลจัดให้มีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ถ้ามี)

ข้อ 2 ฐานในการประมวลผลและความยินยอมของผู้ใช้งาน

ผู้ควบคุมข้อมูลจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานภายใต้ฐานทางกฎหมายตามมาตรา 24 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในกรณีที่การประมวลผลอาศัยฐานความยินยอม ผู้ใช้งานตกลงและให้ความยินยอมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ความยินยอมดังกล่าวเป็นไปโดยอิสระและผู้ใช้งานอาจถอนความยินยอมได้ตามที่กำหนดในนโยบายฉบับนี้

(ก) วัตถุประสงค์แห่งการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

ผู้ใช้งานรับทราบ ตกลง และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ เท่านั้น

________

(ข) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

ผู้ใช้งานรับทราบ ตกลง และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ดังต่อไปนี้ เท่านั้น

________

(ค) ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้ใช้งานรับทราบ ตกลง และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น ________ (________) เดือน นับจากวันที่ผู้ใช้งานได้ให้ความยินยอมครั้งล่าสุดตามนโยบายฉบับนี้ หรือตราบเท่าที่จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์หรือตามที่กฎหมายกำหนด

(ง) การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สาม

ผู้ใช้งานรับทราบ ตกลง และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สามเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ตามนโยบายฉบับนี้และ/หรือตามที่กฎหมายกำหนด อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการเปิดเผยต่อบุคคลและ/หรือหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

(1) ผู้ประมวลผลข้อมูล
(2) บุคคลและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ในวรรคก่อน
(3) บริษัทและ/หรือกิจการในเครือของผู้ควบคุมข้อมูล
(4) หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในกรณีที่มีหน้าที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมาย
(5) บุคคลและ/หรือหน่วยงานอื่นใดที่ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบล่วงหน้าในแต่ละคราว

(จ) การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศจะเป็นไปตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในกรณีที่ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ ผู้ควบคุมข้อมูลจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม หรือแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศดังกล่าว เพื่อให้ผู้ใช้งานพิจารณาให้ความยินยอมก่อนที่ผู้ควบคุมข้อมูลจะดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เว้นแต่กรณีที่ได้รับยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 3 การเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ใช้งานเว็บไซต์กับผู้ให้บริการบุคคลที่สาม

ผู้ใช้งานรับทราบ ตกลง และยินยอมให้ผู้ควบคุมข้อมูลอาจเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ใช้งานเว็บไซต์กับผู้ให้บริการบุคคลที่สาม โดยในการเชื่อมโยงหรือแบ่งปันข้อมูลต่อผู้ให้บริการบุคคลที่สามในแต่ละคราว ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่าข้อมูลใดของผู้ใช้งานที่จะถูกเชื่อมโยงหรือแบ่งปันแก่ผู้ให้บริการบุคคลที่สาม ทั้งนี้ เมื่อผู้ใช้งานได้แสดงเจตนาโดยชัดแจ้งในการอนุญาตให้มีการเชื่อมโยงหรือแบ่งปันดังกล่าวนั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การกดยอมรับ อนุญาต เชื่อมโยง แบ่งปัน หรือการกระทำใดๆ อันมีลักษณะโดยชัดแจ้งว่าผู้ใช้งานได้ยินยอมในการเชื่อมโยงหรือแบ่งปันข้อมูลต่อผู้ให้บริการบุคคลที่สามนั้น

ข้อ 4 คุกกี้ (Cookies)

เว็บไซต์ อาจมีการใช้คุกกี้และเทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการเข้าใช้งานของผู้ใช้งาน โดยมีรายละเอียดประเภทของคุกกี้ วัตถุประสงค์ และวิธีการจัดการคุกกี้ ดังต่อไปนี้

________

ผู้ใช้งานสามารถจัดการหรือปฏิเสธการใช้งานคุกกี้บางประเภทได้ผ่านการตั้งค่าของโปรแกรมเบราว์เซอร์ของผู้ใช้งาน เว้นแต่คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์

ข้อ 5 การถอนความยินยอมของผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมใดๆ ที่ผู้ใช้งานได้ให้ไว้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลตามนโยบายฉบับนี้ได้ ไม่ว่าเวลาใด โดยการถอนความยินยอมจะมีผลเป็นการยุติการประมวลผลในส่วนที่อาศัยฐานความยินยอมนั้น แต่ย่อมไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ได้กระทำไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนการถอนความยินยอม ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการถอนความยินยอม ผู้ใช้งานสามารถถอนความยินยอมได้โดยการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

________

ข้อ 6 บัญชีผู้ใช้

ในการใช้งานเว็บไซต์ ผู้ควบคุมข้อมูลอาจจัดให้มีบัญชีผู้ใช้ของแต่ละผู้ใช้งานเพื่อการใช้งานเว็บไซต์ โดยที่ผู้ควบคุมข้อมูลมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการอนุมัติเปิดบัญชีผู้ใช้ กำหนดประเภทบัญชีผู้ใช้ กำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของแต่ละประเภทบัญชีผู้ใช้ สิทธิการใช้งานเว็บไซต์ ค่าใช้จ่ายใดๆ เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ใช้งานซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้นั้นๆ

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานตกลงจะเก็บรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน และข้อมูลใดๆ ของตนไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด และตกลงจะไม่ยินยอมให้ รวมถึงใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้งานบัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งาน

ในกรณีที่มีการใช้บัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งานโดยบุคคลอื่น ผู้ใช้งานตกลงและรับรองว่าการใช้งานโดยบุคคลอื่นดังกล่าวได้กระทำในฐานะตัวแทนของผู้ใช้งานและมีผลผูกพันเสมือนหนึ่งผู้ใช้งานเป็นผู้กระทำการเองทั้งสิ้น

ข้อ 7 สิทธิของผู้ใช้งานในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ใช้งานในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิ ดังต่อไปนี้

การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และผู้ควบคุมข้อมูลจะดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 8 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ดังต่อไปนี้

(ก) ผู้ควบคุมข้อมูลจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลโดยคำนึงถึงการธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ

(ข) ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ครอบคลุมทั้งมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) มาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) และมาตรการทางกายภาพ (Physical Measures) ที่เหมาะสมและจำเป็น ไม่ว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะอยู่ในรูปแบบเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ หรือรูปแบบอื่นใด

(ค) ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Access Control) การพิสูจน์และยืนยันตัวตน (Identity Proofing and Authentication) การกำหนดสิทธิการเข้าถึงตามหลักการให้สิทธิเท่าที่จำเป็น (Need-to-Know Basis) และหลักการให้สิทธิที่น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (Principle of Least Privilege) รวมถึงการบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งานอย่างเหมาะสม

(ง) ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือลบข้อมูลส่วนบุคคล (Audit Trails) ที่เหมาะสม

(จ) ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีการสร้างเสริมความตระหนักรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Privacy and Security Awareness) ให้แก่บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

(ฉ) ผู้ควบคุมข้อมูลจะทบทวนมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น เมื่อมีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือเมื่อมีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอันอาจกระทบต่อประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

(ช) ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และควบคุมให้ผู้ประมวลผลข้อมูลมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไม่น้อยไปกว่ามาตรการที่กำหนดในนโยบายฉบับนี้

ข้อ 9 การแก้ไขปรับปรุงและการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีระบบและมาตรการตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

(ก) ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
(ข) ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกินระยะเวลาการเก็บรวบรวมที่กำหนดไว้หรือที่ผู้ใช้งานได้ให้ความยินยอมเอาไว้ และ
(ค) ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์

ข้อ 10 การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานทางกฎหมายอื่น

ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่าผู้ควบคุมข้อมูลอาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้เท่าที่จำเป็นและตราบเท่าที่เป็นไปตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในกรณี ดังต่อไปนี้ เท่านั้น

(ก) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
(ค) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งผู้ใช้งานเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของผู้ใช้งานก่อนเข้าทำสัญญานั้น
(ง) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูล
(จ) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลหรือของบุคคลอื่น ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน
(ฉ) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูล

ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลจะบันทึกการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคก่อนหน้าไว้เป็นสำคัญ

ข้อ 11 การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)

โดยหลักการ ผู้ควบคุมข้อมูลจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้งาน เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ยกเว้นไว้ ดังต่อไปนี้ เท่านั้น

(ก) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
(ข) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
(ค) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้ง การปฏิบัติตาม การใช้ หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(ง) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อันเกี่ยวกับ

ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลจะบันทึกการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามวรรคก่อนหน้าไว้เป็นสำคัญ

ข้อ 12 การใช้งานเว็บไซต์ของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ

ในกรณีที่ผู้ใช้งานเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ การให้ความยินยอมตามนโยบายฉบับนี้จะต้องเป็นไปตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกิน 10 (สิบ) ปี ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์เป็นผู้ให้ความยินยอม
(ข) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุเกิน 10 (สิบ) ปี แต่การให้ความยินยอมมิใช่การใดที่ผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมได้โดยลำพังตามมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย
(ค) ในกรณีของคนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาล
(ง) ในกรณีของคนเสมือนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์

ในกรณีที่ผู้ใช้งานยินยอมให้บุคคลตาม (ก) ถึง (ง) ข้างต้น ซึ่งอยู่ในความปกครอง อนุบาล หรือพิทักษ์ของตน เยี่ยมชม ใช้งาน หรือเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ ผู้ใช้งานตกลงให้ถือว่าผู้ใช้งานได้ใช้อำนาจปกครอง อนุบาล หรือพิทักษ์ของบุคคลดังกล่าว แล้วแต่กรณี ในการตกลงและให้ความยินยอมตามนโยบายฉบับนี้เพื่อและในนามของบุคคลดังกล่าวด้วย

ข้อ 13 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลอาจจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 และมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อทำหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(ก) ให้คำแนะนำแก่ผู้ควบคุมข้อมูลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) ตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ควบคุมข้อมูลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(ค) ประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(ง) รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนล่วงรู้หรือได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูล (ถ้ามี) ได้ตามช่องทาง ดังต่อไปนี้

________

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลมิได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้งานสามารถติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลได้โดยตรงตามช่องทางที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้

ข้อ 14 การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่เกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลจะดำเนินการตามมาตรา 37 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ชักช้าภายใน 72 (เจ็ดสิบสอง) ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้
(ข) ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางการเยียวยาแก่ผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าด้วย

ข้อ 15 การร้องเรียนและการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ใช้งานอาจร้องเรียนและรายงานปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลแก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและ/หรือให้ถูกต้อง การคัดค้านการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือการระงับการใช้ข้อมูล ได้ที่ช่องทาง ดังต่อไปนี้

________

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 16 การบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดให้มีบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Records of Processing Activities) ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อให้ผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตรวจสอบได้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงรายการ ดังต่อไปนี้

(ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม
(ข) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท
(ค) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูล
(ง) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
(จ) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
(ฉ) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม
(ช) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านต่างๆ
(ซ) รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 17 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย

ผู้ควบคุมข้อมูลอาจแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในนโยบายฉบับนี้ได้ ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม และไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงนั้นกระทบต่อฐานความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลจะดำเนินการขอความยินยอมใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ใช้งานอาจเข้าถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวที่มีการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงล่าสุดได้จากช่องทางและ/หรือวิธีการ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(ก) การเผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวไว้ที่หน้าเว็บไซต์
(ข) การนำส่งนโยบายความเป็นส่วนตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ใช้งานทางจดหมายและ/หรือข้อความอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือแอปพลิเคชันที่กำหนด

ข้อ 18 การโอนสิทธิ

เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้งในนโยบายฉบับนี้หรือตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ควบคุมข้อมูลอาจโอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามนโยบายฉบับนี้ให้แก่ผู้รับโอนกิจการหรือบุคคลอื่นได้ในกรณีที่มีการควบรวม โอน หรือปรับโครงสร้างกิจการ โดยผู้รับโอนจะต้องผูกพันและปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 19 การสละสิทธิ

การที่ผู้ควบคุมข้อมูลไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าผู้ควบคุมข้อมูลสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่ผู้ควบคุมข้อมูลใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย

ข้อ 20 การแยกส่วนของนโยบาย

หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในนโยบายฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในนโยบายฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และใช้บังคับได้ต่อไป เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในนโยบายฉบับนี้

ข้อ 21 กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

นโยบายฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและการตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย หากมีข้อโต้เถียงหรือข้อพิพาทใดๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากนโยบายฉบับนี้ และคู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้ ให้นำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นสู่การพิจารณาของ ________ ซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในราชอาณาจักรไทย

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ลงชื่อ ____________________________
(________)
ตำแหน่ง ________
วันที่ ________

Fields you complete are inserted into the document live. This template is general guidance only — not legal advice.