สัญญาก่อนสมรส
สัญญาก่อนสมรสฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ เกิดเมื่อวันที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ว่าที่สามี" หรือ "ฝ่ายชาย" ฝ่ายหนึ่งกับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ เกิดเมื่อวันที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ว่าที่ภริยา" หรือ "ฝ่ายหญิง" อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยจะเรียกคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายรวมกันว่า "คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย" และเรียกแต่ละฝ่ายว่า "คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง"
โดยที่
(ก) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมีความประสงค์จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา
(ข) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงจะช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกันตามความสามารถและฐานะของตน
(ค) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงปลงใจจะจดทะเบียนสมรสกันเป็นสามีภริยาที่ถูกต้องตามกฎหมายในเวลาอันใกล้นี้ และต่างเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมิได้มีลักษณะต้องห้ามมิให้สมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ
(ง) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมีความประสงค์จะทำความตกลงเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาเป็นพิเศษให้แตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนด ตามขอบเขตที่กฎหมายได้อนุญาตไว้
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้ขึ้น โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การจดทะเบียนสมรสและการบันทึกข้อตกลง
1.1 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงว่า เมื่อได้จัดทำสัญญาฉบับนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คู่สัญญาจะไปจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียน ณ ________ ให้เป็นที่แล้วเสร็จภายในวันที่ ________
1.2 คู่สัญญาตกลงจะนำข้อตกลงตามสัญญาฉบับนี้จดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส เพื่อให้สัญญานี้มีผลใช้บังคับได้ตามมาตรา 1466 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ คู่สัญญารับทราบว่าหากมิได้จดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสขณะจดทะเบียนสมรส ข้อตกลงตามสัญญาฉบับนี้ย่อมตกเป็นโมฆะ
1.3 คู่สัญญารับทราบว่า ตามมาตรา 1467 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อสมรสแล้วจะเปลี่ยนแปลงเพิกถอนสัญญาก่อนสมรสนั้นไม่ได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากศาล
ข้อ 2 สินส่วนตัวของฝ่ายชาย
คู่สัญญาตกลงจัดการทรัพย์สินของคู่สัญญา โดยให้ทรัพย์สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นสินส่วนตัวของฝ่ายชาย
(ก) ทรัพย์สินที่ฝ่ายชายมีอยู่ก่อนสมรส
(ข) ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกายตามควรแก่ฐานะของฝ่ายชาย
(ค) ทรัพย์สินที่ฝ่ายชายหาได้มาในระหว่างสมรส อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าจ้างจากการทำงาน ประกอบอาชีพ ผลกำไรจากกิจการ หรือธุรกิจของฝ่ายชาย
(ง) ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของฝ่ายชาย
(จ) ทรัพย์สินที่ฝ่ายชายได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา
(ฉ) ทรัพย์สินอื่นใดที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนสินส่วนตัวนั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การซื้อ ขาย ได้รับมาทดแทน หรือชดเชยสินส่วนตัวนั้น
(ช) ทรัพย์สินที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผลจากสินส่วนตัว
(ซ) ทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สินส่วนตัวของฝ่ายชาย"
ข้อ 3 สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง
คู่สัญญาตกลงจัดการทรัพย์สินของคู่สัญญา โดยให้ทรัพย์สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นสินส่วนตัวของฝ่ายหญิง
(ก) ทรัพย์สินที่ฝ่ายหญิงมีอยู่ก่อนสมรส
(ข) ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกายตามควรแก่ฐานะของฝ่ายหญิง
(ค) ทรัพย์สินที่ฝ่ายหญิงหาได้มาในระหว่างสมรส อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าจ้างจากการทำงาน การประกอบอาชีพ ผลกำไรจากกิจการ หรือธุรกิจของฝ่ายหญิง
(ง) ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของฝ่ายหญิง
(จ) ทรัพย์สินที่ฝ่ายหญิงได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา
(ฉ) ทรัพย์สินอื่นใดที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนสินส่วนตัวนั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การซื้อ ขาย ได้รับมาทดแทน หรือชดเชยสินส่วนตัวนั้น
(ช) ทรัพย์สินที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผลจากสินส่วนตัว
(ซ) ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น
(ฌ) ทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง"
ข้อ 4 กรรมสิทธิ์ในสินส่วนตัว
คู่สัญญาตกลงให้สินส่วนตัวของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายเป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สัญญา ดังต่อไปนี้
(ก) สินส่วนตัวของฝ่ายชาย ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายชาย
(ข) สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายหญิง
ข้อ 5 การจัดการสินส่วนตัว
คู่สัญญาตกลงให้จัดการสินส่วนตัวของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย ดังต่อไปนี้
(ก) สินส่วนตัวของฝ่ายชาย ให้คู่สัญญาฝ่ายชายเป็นผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินนั้นทั้งสิ้นแต่เพียงผู้เดียว
(ข) สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง ให้คู่สัญญาฝ่ายหญิงเป็นผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินนั้นทั้งสิ้นแต่เพียงผู้เดียว
ข้อ 6 สินสมรส
คู่สัญญาตกลงจัดการทรัพย์สินของคู่สัญญา โดยให้ทรัพย์สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นสินสมรสของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
(ก) ทรัพย์สินที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
(ข) ทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สินสมรส"
ข้อ 7 กรรมสิทธิ์ในสินสมรส
คู่สัญญาตกลงกันให้กรรมสิทธิ์ในสินสมรสเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และเมื่อความเป็นสามีภริยาสิ้นสุดลง ให้แบ่งสินสมรสคนละส่วนเท่ากันตามมาตรา 1533 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้
ข้อ 8 การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์
คู่สัญญาตกลงจะดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ทางทะเบียน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การจดทะเบียนเพิ่มคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ต่อนายทะเบียนของสินสมรสอันมีทะเบียนให้เป็นไปตามสัญญาฉบับนี้ให้เรียบร้อยภายในวันที่ ________ โดยที่ ________ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมราชการและ/หรือค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวกับการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินดังกล่าวทั้งสิ้น
ข้อ 9 การจัดการสินสมรส
คู่สัญญาตกลงให้การจัดการสินสมรสระหว่างคู่สัญญาเป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
9.1 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะจัดการสินสมรสร่วมกัน โดยที่คู่สัญญาตกลงจะไม่ดำเนินการหรือเข้าทำนิติกรรมใดๆ อันเกี่ยวกับสินสมรสโดยปราศจากความยินยอมของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ตามมาตรา 1476 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ก) การขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
(ข) การก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์
(ค) การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 (สาม) ปี
(ง) การให้กู้ยืมเงิน
(จ) การให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
(ฉ) การประนีประนอมยอมความ
(ช) การมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
(ซ) การนำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล
9.2 การจัดการสินสมรสนอกจากกรณีที่กำหนดในข้อ 9.1 คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยลำพังอาจจัดการได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อ 10 การร่วมกันจัดการสินสมรสและผลของการขาดความยินยอม
10.1 ในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถตกลงร่วมกันได้เกี่ยวกับการจัดการสินสมรสร่วมกัน คู่สัญญาตกลงจะจัดการสินสมรสนั้นโดยคำนึงถึงและไปในทางที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่สินสมรส
10.2 ในการเข้าทำนิติกรรมเกี่ยวกับสินสมรสที่คู่สัญญาตกลงให้จัดการร่วมกันตามสัญญาฉบับนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความยินยอมหรือไม่ยอมลงชื่อกับอีกฝ่ายหนึ่งในเรื่องจัดการทรัพย์สินโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร หรือไม่อยู่ในสภาพที่อาจให้ความยินยอมได้ คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งอนุญาตแทนได้ตามมาตรา 1475 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ข) ในกรณีที่นิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับสินสมรสนั้นมีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือหรือให้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ความยินยอมของคู่สัญญานั้นต้องทำเป็นหนังสือด้วยเช่นกัน
(ค) ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ทำนิติกรรมไปแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือโดยปราศจากความยินยอมของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งนั้นอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ตามมาตรา 1480 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่
(1) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมนั้นแล้ว หรือ
(2) ในขณะที่ทำนิติกรรมนั้นบุคคลภายนอกได้กระทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน
ข้อ 11 การแยกสินสมรส
สินสมรสของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอาจแยกจากกันได้ในกรณีดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ตามมาตรา 1484 และมาตรา 1491 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore.
ข้อ 12 ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สัญญา
12.1 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกันตามความสามารถและฐานะของตน ตลอดระยะเวลาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย ทั้งนี้ตามมาตรา 1461 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
12.2 เพื่อความชัดเจนในสัญญาฉบับนี้ ค่าอุปการะเลี้ยงดู หมายความถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ค่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่าเครื่องนุ่งห่ม ค่าการศึกษา ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ยารักษาโรค และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน
12.3 ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูดังกล่าว คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจากคู่สัญญาฝ่ายที่ละเลยนั้นได้ตามที่กฎหมายกำหนด
12.4 สิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น จะสละหรือโอนมิได้ และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี ตามมาตรา 1598/41 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
12.5 คู่สัญญาตกลงเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สัญญาดังต่อไปนี้
________
ข้อ 13 ค่าใช้จ่ายในการจัดการบ้านเรือน
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมกันรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและการจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวตามสมควรแก่อัตภาพ
โดยคู่สัญญาตกลงกันจะร่วมกันจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดการบ้านเรือนและการจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่ไม่มีสินสมรสแล้ว คู่สัญญาตกลงจะช่วยกันออกค่าใช้สอยสำหรับการบ้านเรือนตามส่วนมากน้อยแห่งสินส่วนตัวของตน ทั้งนี้ตามมาตรา 1426 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อ 14 หนี้สินส่วนตัวของคู่สมรส
คู่สัญญาตกลงกันให้หนี้สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหนี้สินส่วนตัวของคู่สัญญาฝ่ายนั้น
(ก) หนี้ที่คู่สัญญาฝ่ายนั้นได้ก่อไว้ก่อนสมรส
(ข) หนี้ที่คู่สัญญาฝ่ายนั้นได้ก่อขึ้นในระหว่างสมรสซึ่งเป็นหนี้ที่คู่สัญญาฝ่ายนั้นต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว
(ค) หนี้ของคู่สัญญาที่ระบุดังต่อไปนี้
(1) หนี้ส่วนตัวของคู่สัญญาฝ่ายชาย
________
(2) หนี้ส่วนตัวของคู่สัญญาฝ่ายหญิง
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "หนี้สินส่วนตัว"
ข้อ 15 การจัดการหนี้สินส่วนตัวของคู่สมรส
คู่สัญญาตกลงกันให้หนี้สินส่วนตัวของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายนั้นจัดการชำระหนี้ตามลำดับและด้วยทรัพย์สินที่กำหนดดังต่อไปนี้เท่านั้น ทั้งนี้ตามมาตรา 1488 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ก) สินส่วนตัวของคู่สัญญาฝ่ายนั้น และ
(ข) สินสมรสที่เป็นส่วนของคู่สัญญาฝ่ายนั้น
ข้อ 16 หนี้สินร่วมกันของคู่สัญญา
คู่สัญญาตกลงกันให้หนี้สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหนี้สินร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ตามมาตรา 1490 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ก) หนี้ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ไม่ว่าหนี้นั้นจะได้ก่อขึ้นก่อนหรือหลังสมรส
(ข) หนี้ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส อันเกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ
(ค) หนี้ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรสที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส
(ง) หนี้ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรสที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งคู่สัญญาทำด้วยกัน
(จ) หนี้ที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวในระหว่างสมรสแต่อีกคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "หนี้สินร่วมกันของคู่สัญญา"
ข้อ 17 การจัดการหนี้สินร่วมกันของคู่สัญญา
คู่สัญญาตกลงกันให้หนี้สินร่วมกันของคู่สัญญานั้นจัดการชำระหนี้ตามลำดับและด้วยทรัพย์สินที่กำหนดดังต่อไปนี้เท่านั้น ทั้งนี้ตามมาตรา 1489 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ก) สินสมรส และ
(ข) สินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย
ข้อ 18 คำรับรองของคู่สัญญา
คู่สัญญาต่างได้ให้คำรับรองไว้ต่อกันดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad minim veniam quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat duis aute irure dolor in reprehenderit voluptate velit esse cillum dolore eu fugiat nulla pariatur lorem ipsum dolor sit.
ข้อ 19 ทัณฑ์บนเกี่ยวกับความประพฤติ
คู่สัญญาได้ตกลงทัณฑ์บนเกี่ยวกับความประพฤติของคู่สัญญาในกรณีดังต่อไปนี้
________
ข้อ 20 ข้อตกลงอื่นระหว่างคู่สัญญา
ภายใต้สัญญาฉบับนี้ คู่สัญญายังได้มีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินระหว่างคู่สัญญาดังต่อไปนี้
________
ข้อ 21 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำสัญญาฉบับนี้ลำพังไม่ทำให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน หรือเป็นหุ้นส่วนกันตามกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด
ข้อ 22 การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
ข้อ 23 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 24 ความเป็นโมฆะของสัญญาบางส่วน
ในกรณีที่ข้อความหรือเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งในสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่อาจใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ถือว่าข้อความหรือเงื่อนไขข้ออื่นๆ ที่เหลือในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และใช้บังคับได้ต่อไป และไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของสัญญาในส่วนอื่น
ข้อ 25 ความสมบูรณ์ของสัญญา
สัญญาฉบับนี้เป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ และใช้แทนการเจรจา การติดต่อ ข้อตกลง หรือความเข้าใจใดๆ ที่คู่สัญญาได้มีต่อกันก่อนหน้าการเข้าทำสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าจะกระทำด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 26 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ภายหลังการสมรสไม่อาจกระทำได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา 1467 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนการจดทะเบียนสมรส คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อร่วมกัน
ข้อ 27 กฎหมายที่ใช้บังคับ
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายของราชอาณาจักรไทย
ข้อ 28 การระงับข้อพิพาท
บรรดาข้อโต้เถียง ข้อขัดแย้ง หรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในราชอาณาจักรไทย ซึ่งได้แก่ ________
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นจำนวน ________ ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และคู่สัญญาต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ_______________________ฝ่ายชาย
(________)
ลงชื่อ_______________________ฝ่ายหญิง
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)