สัญญาก่อนสมรส - แบบสอบถามสำหรับกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม Pro · TH-law
✓ Valid in Thailand · drafted to comply with local law
Create your สัญญาก่อนสมรส - แบบสอบถามสำหรับกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม for use in Thailand. Answer a few plain-English questions and the document fills in automatically as you go — then download it in Word and PDF, ready to sign or share. This version has been professionally rewritten to comply with local law.
- Answer 27 simple questions — the document fills in as you go
- Live preview: watch your document update in real time
- Download as Word (.docx) and PDF
- Edit your answers and re-download anytime
Fill in the details
0/27Type below — the document on the right updates as you go.
สัญญาก่อนสมรส
สัญญาก่อนสมรสฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ เกิดเมื่อวันที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ว่าที่สามี" หรือ "ฝ่ายชาย" ฝ่ายหนึ่งกับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ เกิดเมื่อวันที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ว่าที่ภริยา" หรือ "ฝ่ายหญิง" อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยจะเรียกคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายรวมกันว่า "คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย" และเรียกแต่ละฝ่ายว่า "คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง"
โดยที่
(ก) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมีความประสงค์จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา
(ข) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงจะช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกันตามความสามารถและฐานะของตน
(ค) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงปลงใจจะจดทะเบียนสมรสกันเป็นสามีภริยาที่ถูกต้องตามกฎหมายในเวลาอันใกล้นี้ และต่างเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมิได้มีลักษณะต้องห้ามมิให้สมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ
(ง) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมีความประสงค์จะทำความตกลงเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาเป็นพิเศษให้แตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนด ตามขอบเขตที่กฎหมายได้อนุญาตไว้
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้ขึ้น โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การจดทะเบียนสมรสและการบันทึกข้อตกลง
1.1 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงว่า เมื่อได้จัดทำสัญญาฉบับนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คู่สัญญาจะไปจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียน ณ ________ ให้เป็นที่แล้วเสร็จภายในวันที่ ________
1.2 คู่สัญญาตกลงจะนำข้อตกลงตามสัญญาฉบับนี้จดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส เพื่อให้สัญญานี้มีผลใช้บังคับได้ตามมาตรา 1466 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ คู่สัญญารับทราบว่าหากมิได้จดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสขณะจดทะเบียนสมรส ข้อตกลงตามสัญญาฉบับนี้ย่อมตกเป็นโมฆะ
1.3 คู่สัญญารับทราบว่า ตามมาตรา 1467 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อสมรสแล้วจะเปลี่ยนแปลงเพิกถอนสัญญาก่อนสมรสนั้นไม่ได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากศาล
ข้อ 2 สินส่วนตัวของฝ่ายชาย
คู่สัญญาตกลงจัดการทรัพย์สินของคู่สัญญา โดยให้ทรัพย์สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นสินส่วนตัวของฝ่ายชาย
(ก) ทรัพย์สินที่ฝ่ายชายมีอยู่ก่อนสมรส
(ข) ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกายตามควรแก่ฐานะของฝ่ายชาย
(ค) ทรัพย์สินที่ฝ่ายชายหาได้มาในระหว่างสมรส อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าจ้างจากการทำงาน ประกอบอาชีพ ผลกำไรจากกิจการ หรือธุรกิจของฝ่ายชาย
(ง) ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของฝ่ายชาย
(จ) ทรัพย์สินที่ฝ่ายชายได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา
(ฉ) ทรัพย์สินอื่นใดที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนสินส่วนตัวนั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การซื้อ ขาย ได้รับมาทดแทน หรือชดเชยสินส่วนตัวนั้น
(ช) ทรัพย์สินที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผลจากสินส่วนตัว
(ซ) ทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สินส่วนตัวของฝ่ายชาย"
ข้อ 3 สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง
คู่สัญญาตกลงจัดการทรัพย์สินของคู่สัญญา โดยให้ทรัพย์สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นสินส่วนตัวของฝ่ายหญิง
(ก) ทรัพย์สินที่ฝ่ายหญิงมีอยู่ก่อนสมรส
(ข) ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกายตามควรแก่ฐานะของฝ่ายหญิง
(ค) ทรัพย์สินที่ฝ่ายหญิงหาได้มาในระหว่างสมรส อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าจ้างจากการทำงาน การประกอบอาชีพ ผลกำไรจากกิจการ หรือธุรกิจของฝ่ายหญิง
(ง) ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของฝ่ายหญิง
(จ) ทรัพย์สินที่ฝ่ายหญิงได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา
(ฉ) ทรัพย์สินอื่นใดที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนสินส่วนตัวนั้น อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การซื้อ ขาย ได้รับมาทดแทน หรือชดเชยสินส่วนตัวนั้น
(ช) ทรัพย์สินที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผลจากสินส่วนตัว
(ซ) ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น
(ฌ) ทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง"
ข้อ 4 กรรมสิทธิ์ในสินส่วนตัว
คู่สัญญาตกลงให้สินส่วนตัวของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายเป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สัญญา ดังต่อไปนี้
(ก) สินส่วนตัวของฝ่ายชาย ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายชาย
(ข) สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายหญิง
ข้อ 5 การจัดการสินส่วนตัว
คู่สัญญาตกลงให้จัดการสินส่วนตัวของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย ดังต่อไปนี้
(ก) สินส่วนตัวของฝ่ายชาย ให้คู่สัญญาฝ่ายชายเป็นผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินนั้นทั้งสิ้นแต่เพียงผู้เดียว
(ข) สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง ให้คู่สัญญาฝ่ายหญิงเป็นผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินนั้นทั้งสิ้นแต่เพียงผู้เดียว
ข้อ 6 สินสมรส
คู่สัญญาตกลงจัดการทรัพย์สินของคู่สัญญา โดยให้ทรัพย์สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นสินสมรสของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
(ก) ทรัพย์สินที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
(ข) ทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สินสมรส"
ข้อ 7 กรรมสิทธิ์ในสินสมรส
คู่สัญญาตกลงกันให้กรรมสิทธิ์ในสินสมรสเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และเมื่อความเป็นสามีภริยาสิ้นสุดลง ให้แบ่งสินสมรสคนละส่วนเท่ากันตามมาตรา 1533 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้
ข้อ 8 การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์
คู่สัญญาตกลงจะดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ทางทะเบียน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การจดทะเบียนเพิ่มคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ต่อนายทะเบียนของสินสมรสอันมีทะเบียนให้เป็นไปตามสัญญาฉบับนี้ให้เรียบร้อยภายในวันที่ ________ โดยที่ ________ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมราชการและ/หรือค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวกับการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินดังกล่าวทั้งสิ้น
ข้อ 9 การจัดการสินสมรส
คู่สัญญาตกลงให้การจัดการสินสมรสระหว่างคู่สัญญาเป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
9.1 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะจัดการสินสมรสร่วมกัน โดยที่คู่สัญญาตกลงจะไม่ดำเนินการหรือเข้าทำนิติกรรมใดๆ อันเกี่ยวกับสินสมรสโดยปราศจากความยินยอมของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ตามมาตรา 1476 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ก) การขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
(ข) การก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์
(ค) การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 (สาม) ปี
(ง) การให้กู้ยืมเงิน
(จ) การให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
(ฉ) การประนีประนอมยอมความ
(ช) การมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
(ซ) การนำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล
9.2 การจัดการสินสมรสนอกจากกรณีที่กำหนดในข้อ 9.1 คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยลำพังอาจจัดการได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อ 10 การร่วมกันจัดการสินสมรสและผลของการขาดความยินยอม
10.1 ในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถตกลงร่วมกันได้เกี่ยวกับการจัดการสินสมรสร่วมกัน คู่สัญญาตกลงจะจัดการสินสมรสนั้นโดยคำนึงถึงและไปในทางที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่สินสมรส
10.2 ในการเข้าทำนิติกรรมเกี่ยวกับสินสมรสที่คู่สัญญาตกลงให้จัดการร่วมกันตามสัญญาฉบับนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความยินยอมหรือไม่ยอมลงชื่อกับอีกฝ่ายหนึ่งในเรื่องจัดการทรัพย์สินโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร หรือไม่อยู่ในสภาพที่อาจให้ความยินยอมได้ คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งอนุญาตแทนได้ตามมาตรา 1475 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ข) ในกรณีที่นิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับสินสมรสนั้นมีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือหรือให้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ความยินยอมของคู่สัญญานั้นต้องทำเป็นหนังสือด้วยเช่นกัน
(ค) ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ทำนิติกรรมไปแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือโดยปราศจากความยินยอมของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งนั้นอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ตามมาตรา 1480 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่
(1) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมนั้นแล้ว หรือ
(2) ในขณะที่ทำนิติกรรมนั้นบุคคลภายนอกได้กระทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน
ข้อ 11 การแยกสินสมรส
สินสมรสของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอาจแยกจากกันได้ในกรณีดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ตามมาตรา 1484 และมาตรา 1491 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อ 12 ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สัญญา
12.1 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกันตามความสามารถและฐานะของตน ตลอดระยะเวลาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย ทั้งนี้ตามมาตรา 1461 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
12.2 เพื่อความชัดเจนในสัญญาฉบับนี้ ค่าอุปการะเลี้ยงดู หมายความถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ค่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่าเครื่องนุ่งห่ม ค่าการศึกษา ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ยารักษาโรค และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน
12.3 ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูดังกล่าว คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจากคู่สัญญาฝ่ายที่ละเลยนั้นได้ตามที่กฎหมายกำหนด
12.4 สิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น จะสละหรือโอนมิได้ และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี ตามมาตรา 1598/41 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
12.5 คู่สัญญาตกลงเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สัญญาดังต่อไปนี้
________
ข้อ 13 ค่าใช้จ่ายในการจัดการบ้านเรือน
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมกันรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและการจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวตามสมควรแก่อัตภาพ
โดยคู่สัญญาตกลงกันจะร่วมกันจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดการบ้านเรือนและการจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่ไม่มีสินสมรสแล้ว คู่สัญญาตกลงจะช่วยกันออกค่าใช้สอยสำหรับการบ้านเรือนตามส่วนมากน้อยแห่งสินส่วนตัวของตน ทั้งนี้ตามมาตรา 1426 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อ 14 หนี้สินส่วนตัวของคู่สมรส
คู่สัญญาตกลงกันให้หนี้สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหนี้สินส่วนตัวของคู่สัญญาฝ่ายนั้น
(ก) หนี้ที่คู่สัญญาฝ่ายนั้นได้ก่อไว้ก่อนสมรส
(ข) หนี้ที่คู่สัญญาฝ่ายนั้นได้ก่อขึ้นในระหว่างสมรสซึ่งเป็นหนี้ที่คู่สัญญาฝ่ายนั้นต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว
(ค) หนี้ของคู่สัญญาที่ระบุดังต่อไปนี้
(1) หนี้ส่วนตัวของคู่สัญญาฝ่ายชาย
________
(2) หนี้ส่วนตัวของคู่สัญญาฝ่ายหญิง
________
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "หนี้สินส่วนตัว"
ข้อ 15 การจัดการหนี้สินส่วนตัวของคู่สมรส
คู่สัญญาตกลงกันให้หนี้สินส่วนตัวของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายนั้นจัดการชำระหนี้ตามลำดับและด้วยทรัพย์สินที่กำหนดดังต่อไปนี้เท่านั้น ทั้งนี้ตามมาตรา 1488 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ก) สินส่วนตัวของคู่สัญญาฝ่ายนั้น และ
(ข) สินสมรสที่เป็นส่วนของคู่สัญญาฝ่ายนั้น
ข้อ 16 หนี้สินร่วมกันของคู่สัญญา
คู่สัญญาตกลงกันให้หนี้สินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหนี้สินร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ตามมาตรา 1490 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ก) หนี้ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ไม่ว่าหนี้นั้นจะได้ก่อขึ้นก่อนหรือหลังสมรส
(ข) หนี้ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส อันเกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ
(ค) หนี้ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรสที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส
(ง) หนี้ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรสที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งคู่สัญญาทำด้วยกัน
(จ) หนี้ที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวในระหว่างสมรสแต่อีกคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน
ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "หนี้สินร่วมกันของคู่สัญญา"
ข้อ 17 การจัดการหนี้สินร่วมกันของคู่สัญญา
คู่สัญญาตกลงกันให้หนี้สินร่วมกันของคู่สัญญานั้นจัดการชำระหนี้ตามลำดับและด้วยทรัพย์สินที่กำหนดดังต่อไปนี้เท่านั้น ทั้งนี้ตามมาตรา 1489 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ก) สินสมรส และ
(ข) สินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย
ข้อ 18 คำรับรองของคู่สัญญา
คู่สัญญาต่างได้ให้คำรับรองไว้ต่อกันดังต่อไปนี้
ข้อ 19 ทัณฑ์บนเกี่ยวกับความประพฤติ
คู่สัญญาได้ตกลงทัณฑ์บนเกี่ยวกับความประพฤติของคู่สัญญาในกรณีดังต่อไปนี้
________
ข้อ 20 ข้อตกลงอื่นระหว่างคู่สัญญา
ภายใต้สัญญาฉบับนี้ คู่สัญญายังได้มีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินระหว่างคู่สัญญาดังต่อไปนี้
________
ข้อ 21 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำสัญญาฉบับนี้ลำพังไม่ทำให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน หรือเป็นหุ้นส่วนกันตามกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด
ข้อ 22 การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า
ข้อ 23 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
ข้อ 24 ความเป็นโมฆะของสัญญาบางส่วน
ในกรณีที่ข้อความหรือเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งในสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่อาจใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ถือว่าข้อความหรือเงื่อนไขข้ออื่นๆ ที่เหลือในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และใช้บังคับได้ต่อไป และไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของสัญญาในส่วนอื่น
ข้อ 25 ความสมบูรณ์ของสัญญา
สัญญาฉบับนี้เป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ และใช้แทนการเจรจา การติดต่อ ข้อตกลง หรือความเข้าใจใดๆ ที่คู่สัญญาได้มีต่อกันก่อนหน้าการเข้าทำสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าจะกระทำด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 26 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ภายหลังการสมรสไม่อาจกระทำได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา 1467 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนการจดทะเบียนสมรส คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อร่วมกัน
ข้อ 27 กฎหมายที่ใช้บังคับ
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายของราชอาณาจักรไทย
ข้อ 28 การระงับข้อพิพาท
บรรดาข้อโต้เถียง ข้อขัดแย้ง หรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในราชอาณาจักรไทย ซึ่งได้แก่ ________
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นจำนวน ________ ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และคู่สัญญาต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ_______________________ฝ่ายชาย
(________)
ลงชื่อ_______________________ฝ่ายหญิง
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
Fields you complete are inserted into the document live. This template is general guidance only — not legal advice.