สัญญากู้ยืมเงิน - แบบสอบถามสำหรับกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม Pro · TH-law

Valid in Thailand · drafted to comply with local law

Create your สัญญากู้ยืมเงิน - แบบสอบถามสำหรับกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม for use in Thailand. Answer a few plain-English questions and the document fills in automatically as you go — then download it in Word and PDF, ready to sign or share. This version has been professionally rewritten to comply with local law.

  • Answer 27 simple questions — the document fills in as you go
  • Live preview: watch your document update in real time
  • Download as Word (.docx) and PDF
  • Edit your answers and re-download anytime
Save to access it later, on any device.

Fill in the details

0/27

Type below — the document on the right updates as you go.

สัญญากู้ยืมเงิน - แบบสอบถามสำหรับกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม
🔒The clauses below are blurred in the preview. Fill in your details, then pay once to unlock the full document and download it as Word & PDF.

สัญญากู้ยืมเงิน

สัญญากู้ยืมเงินฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง

________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้ให้กู้" ฝ่ายหนึ่ง กับ

________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ผู้กู้" อีกฝ่ายหนึ่ง

โดยที่

(ก) ผู้กู้มีความประสงค์จะกู้ยืมเงินเพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของสัญญาฉบับนี้
(ข) ผู้ให้กู้มีความประสงค์จะให้ผู้กู้กู้ยืมเงินไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้ขึ้น โดยมีข้อความดังต่อไปนี้

ข้อ 1 วัตถุประสงค์การใช้เงิน

ผู้กู้มีความประสงค์จะกู้ยืมเงินตามสัญญาฉบับนี้เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

________

ข้อ 2 เงินต้น

ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้ยืมและผู้กู้ได้ตกลงกู้ยืมเงินจากผู้ให้กู้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ________ บาท (________) เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์การใช้เงิน ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "เงินต้น"

ในวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ ผู้กู้ได้รับเงินที่กู้ยืมตามสัญญาฉบับนี้จากผู้ให้กู้ไว้ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว และสัญญาฉบับนี้ให้ถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือตามมาตรา 653 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ 3 ดอกเบี้ย

ผู้กู้ตกลงจะชำระดอกเบี้ยเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้แก่ผู้ให้กู้ในอัตราร้อยละ ________ (________) ต่อปี ของจำนวนเงินต้นที่ค้างชำระ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ดอกเบี้ย"

ทั้งนี้ คู่สัญญาตกลงและรับทราบว่าอัตราดอกเบี้ยตามวรรคก่อนต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามมาตรา 654 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 หากมีการกำหนดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ให้ข้อกำหนดเรื่องดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะ โดยไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของหนี้เงินต้น

ข้อ 4 กำหนดการชำระดอกเบี้ย

ผู้กู้ตกลงจะชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้เป็นงวด ๆ แต่ละงวดห่างกัน 1 (หนึ่ง) เดือน โดยผู้กู้ตกลงจะเริ่มชำระดอกเบี้ยงวดแรกภายในวันที่ ________ จนถึงวันที่ ________ เป็นจำนวนเดือนละ ________ บาท (________) ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "กำหนดชำระดอกเบี้ย"

ข้อ 5 ระยะเวลาการกู้ยืมเงิน

ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้ยืมและผู้กู้ได้ตกลงกู้ยืมเงินจากผู้ให้กู้เป็นระยะเวลาทั้งสิ้นนับตั้งแต่วันที่ ________ ถึงวันที่ ________

ข้อ 6 กำหนดการชำระคืนเงินต้น

ผู้กู้ตกลงจะชำระคืนเงินต้นตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่ผู้ให้กู้โดยการชำระคืนทั้งสิ้นเต็มจำนวน ________ บาท (________) ภายในวันที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "กำหนดชำระคืนเงินต้น"

ข้อ 7 การชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย

ในการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และ/หรือเงินใด ๆ ที่ผู้กู้จะต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ตามสัญญาฉบับนี้ ผู้กู้ตกลงจะชำระให้แก่ผู้ให้กู้ โดย นำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร อันมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

________

เมื่อผู้กู้ได้ชำระเงินให้แก่ผู้ให้กู้แล้ว ผู้ให้กู้ตกลงจะจัดทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้แสดงการรับชำระเงินนั้นให้แก่ผู้กู้ และในกรณีที่ผู้กู้ได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ผู้กู้มีสิทธิเรียกให้ผู้ให้กู้คืนเอกสารแห่งหนี้หรือทำหลักฐานเป็นหนังสือว่าหนี้ได้ระงับสิ้นไปแล้ว ตามมาตรา 653 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ 8 การจัดสรรการชำระหนี้

ในกรณีที่ผู้กู้ชำระหนี้ไม่เพียงพอที่จะเปลื้องหนี้ได้ทั้งหมด คู่สัญญาตกลงให้นำเงินที่ชำระไปจัดสรรชำระหนี้ตามลำดับดังนี้ คือ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการบังคับชำระหนี้ ดอกเบี้ยและค่าปรับ และเงินต้น ตามลำดับ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับมาตรา 329 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ 9 อากรแสตมป์

ผู้กู้ตกลงจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและเป็นผู้ดำเนินการชำระค่าอากรแสตมป์อันเกิดขึ้นจากการทำสัญญาฉบับนี้ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากรภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเองทั้งสิ้น รวมถึงค่าปรับ เงินเพิ่ม และ/หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ (ถ้ามี) ที่เกิดจากการละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญาเรื่องอากรแสตมป์นี้

ข้อ 10 คำรับรองของผู้กู้

ในการเข้าทำสัญญาฉบับนี้ ผู้กู้ได้ให้คำรับรองไว้แก่ผู้ให้กู้ตลอดระยะเวลาการกู้ยืมเงินตามสัญญาฉบับนี้ ดังต่อไปนี้

(ก) ผู้กู้เป็นผู้มีอำนาจและความสามารถอย่างครบถ้วนในการเข้าทำนิติกรรมการกู้ยืมเงินตามสัญญาฉบับนี้ รวมถึงมีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้ไปจนตลอด

(ข) ผู้กู้ตกลงและยินยอมให้ผู้ให้กู้อาจหักกลบลบหนี้ตามสัญญาฉบับนี้กับสิทธิเรียกร้องใด ๆ ของผู้กู้ที่มีต่อผู้ให้กู้ ไม่ว่าจะมีอยู่ ณ วันที่ทำสัญญาฉบับนี้หรือที่จะมีขึ้นในภายหน้า ตราบเท่าที่สภาพแห่งหนี้นั้นจะเปิดช่องให้หักกลบลบกันได้ตามมาตรา 341 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

(ค) ผู้กู้ตกลงและยินยอมให้ผู้ให้กู้อาจโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และไม่ว่าเวลาใด ให้แก่บุคคลอื่นได้ โดยที่ผู้กู้มิได้ถือคุณสมบัติเฉพาะตัวของผู้ให้กู้เป็นสาระสำคัญแห่งหนี้

(ง) ผู้กู้ตกลงจะประกอบอาชีพและ/หรือกิจการของผู้กู้ตามปกติของตน และจะไม่ประกอบอาชีพและ/หรือดำเนินกิจการไปในทางเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

(จ) เมื่อผู้ให้กู้ร้องขอ ผู้กู้ตกลงจะจัดส่งและแสดงเอกสารและ/หรือหลักฐานใด ๆ อันเกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยของผู้ให้กู้ ดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ ผู้กู้ตกลงจะจัดส่งและแสดงเอกสารและ/หรือหลักฐานในวรรคก่อนให้แก่ผู้ให้กู้ภายใน 7 (เจ็ด) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้กู้

(ฉ) ผู้กู้ตกลงและรับรองว่าผู้ให้กู้จะสามารถติดต่อผู้กู้ได้ในช่วงเวลาดังต่อไปนี้ ไม่ว่าโดยบุคคล โทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่ออื่นใด

(1) ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึงเวลา 20.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์
(2) ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. ในวันหยุดราชการ และ
(3) ช่วงเวลาที่เหมาะสมอื่น ๆ ที่คู่สัญญาอาจตกลงร่วมกัน

(ช) ผู้กู้ตกลงและรับรองว่าผู้กู้จะไม่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการติดต่อและ/หรือหลบหนีใด ๆ

ข้อ 11 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 12 การชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนด

คู่สัญญาตกลงให้ผู้กู้อาจชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนดการชำระคืนเงินต้นที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ได้

ในกรณีที่ผู้กู้มีความประสงค์จะชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนด ผู้กู้ตกลงจะดำเนินการดังต่อไปนี้

(ก) ผู้กู้ตกลงจะแจ้งความประสงค์ขอชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนดให้ผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 7 (เจ็ด) วัน ก่อนวันที่ผู้กู้จะชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนด

(ข) ในกรณีที่ผู้กู้ประสงค์จะชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนดทั้งจำนวน

(1) ผู้กู้ตกลงจะชำระคืนเงินต้นทั้งจำนวนที่คงค้าง
(2) ผู้กู้ตกลงจะชำระดอกเบี้ยซึ่งคำนวณตามอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาฉบับนี้จนถึงวันที่ผู้กู้ได้ชำระคืนเงินต้นทั้งจำนวนนั้น

(ค) ในกรณีที่ผู้กู้ประสงค์จะชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนดเพียงบางส่วน

(1) ผู้กู้ตกลงจะชำระคืนเงินต้นบางส่วน
(2) ผู้กู้ตกลงจะชำระดอกเบี้ยซึ่งคำนวณตามอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาฉบับนี้จนถึงวันที่ผู้กู้ได้ชำระคืนเงินต้นบางส่วนนั้น

ข้อ 13 เหตุผิดนัดชำระหนี้

ในกรณีที่มีเหตุดังต่อไปนี้ ไม่ว่าเหตุหนึ่งเหตุใด หรือหลายเหตุรวมกัน ให้ถือว่าผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้

(ก) เมื่อถึงกำหนดการชำระหนี้ตามสัญญาฉบับนี้และปรากฏว่าผู้กู้ไม่ชำระหนี้ ชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ชำระหนี้ล่าช้า หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้อง ไม่ว่างวดหนึ่งงวดใด อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และ/หรือค่าปรับ

(ข) ผู้กู้ปฏิบัติผิดหน้าที่และคำรับรองที่ผู้กู้ให้ไว้ในข้อหนึ่งข้อใดแห่งสัญญาฉบับนี้ หรือสัญญาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินตามสัญญาฉบับนี้

(ค) ปรากฏข้อเท็จจริงใด ๆ ว่าคำรับรอง ข้อความ และเอกสารใด ๆ ที่ผู้กู้ได้ให้ไว้แก่ผู้ให้กู้ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงในสาระสำคัญ

(ง) ผู้กู้มีพฤติการณ์ที่น่าเชื่อได้ว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ตามสัญญาฉบับนี้ได้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(1) ผู้กู้เข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ ประนอมหนี้ หรือล้มละลาย
(2) ผู้กู้จำหน่ายและ/หรือโอนทรัพย์สินอันเป็นสาระสำคัญซึ่งกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

(จ) สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง ไม่ว่าในกรณีใด ๆ

ข้อ 14 ผลของการผิดนัดชำระหนี้

ในกรณีที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้มีสิทธิดังต่อไปนี้

(ก) ผู้กู้ตกลงให้หนี้ทั้งหมดตามสัญญาฉบับนี้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เงินต้น ดอกเบี้ย และค่าปรับ ถึงกำหนดชำระโดยพลัน

(ข) ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้องค่าฤชาธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการ และค่าเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ทั้งสิ้น

(ค) ผู้กู้ตกลงจะชำระดอกเบี้ยผิดนัดให้แก่ผู้ให้กู้ในอัตราร้อยละ ________ (________) ต่อปี ของจำนวนเงินที่ผิดนัดชำระดังกล่าวจนกว่าจะได้มีการชำระหนี้ตามสัญญาฉบับนี้ครบถ้วน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยผิดนัดต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 224 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมิให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดทบต้น

อนึ่ง การเรียกร้องดอกเบี้ยผิดนัดในวรรคก่อน ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้ให้กู้ที่จะบอกเลิกสัญญาฉบับนี้หรือเรียกร้องค่าเสียหายอื่น ๆ อีก (ถ้ามี)

(ง) ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อสัญญาเรื่องการสิ้นสุดของสัญญา

ข้อ 15 การสิ้นสุดของสัญญา

สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) เมื่อผู้กู้ได้ชำระหนี้ตามสัญญาฉบับนี้ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เงินต้น ดอกเบี้ย และค่าปรับ (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ให้กู้ครบถ้วนแล้ว
(ข) เมื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรให้สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง
(ค) เมื่อผู้ให้กู้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาอันเนื่องมาจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้กู้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้

ทั้งนี้ การสิ้นสุดลงของสัญญาฉบับนี้ ไม่กระทบต่อสิทธิและหน้าที่ใด ๆ ของคู่สัญญาที่เกิดขึ้นและยังคงค้างอยู่ก่อนวันที่สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง

ข้อ 16 เหตุสุดวิสัย

ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นแก่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อันทำให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้ได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน คู่สัญญาฝ่ายที่ประสบเหตุสุดวิสัยนั้นไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายอันเกิดขึ้นจากการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ตลอดระยะเวลาที่เหตุสุดวิสัยนั้นยังคงดำรงอยู่ ทั้งนี้ คำว่า "เหตุสุดวิสัย" ให้มีความหมายตามมาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คู่สัญญาฝ่ายที่ประสบเหตุสุดวิสัยตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการเกิดขึ้นของเหตุสุดวิสัยภายในเวลาอันสมควรนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการเกิดขึ้นของเหตุสุดวิสัยนั้น

อนึ่ง การเกิดขึ้นของเหตุสุดวิสัยตามข้อนี้ ไม่เป็นการปลดเปลื้องหน้าที่ของผู้กู้ในการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และ/หรือเงินใด ๆ ที่ผู้กู้จะต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ตามสัญญาฉบับนี้แต่อย่างใด

ข้อ 17 การเก็บรักษาความลับ

คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งได้ล่วงรู้หรือได้รับมาในการกู้ยืมเงินตามสัญญาฉบับนี้ไว้เป็นความลับ ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการค้า และจะไม่เปิดเผยต่อบุคคลที่สาม ไม่ว่า ณ เวลาใด และไม่ว่าสัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่

(ก) การปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ
(ข) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการล่วงหน้าจากคู่สัญญาฝ่ายเจ้าของข้อมูลนั้น

ข้อ 18 การโอนสิทธิ

เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ การโอนสิทธิเรียกร้องให้เป็นไปตามมาตรา 306 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ 19 การสละสิทธิ

การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด มิให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย

ข้อ 20 ความเป็นที่สุดของสัญญา

สัญญาฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใด ๆ ที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับ

ข้อ 21 การแยกส่วนของสัญญา

หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่น ๆ ในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในสัญญาฉบับนี้

ข้อ 22 การบอกกล่าว

คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้สัญญาฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่า

(ก) คำบอกกล่าวหรือหนังสือนั้นได้ถูกส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ โดยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือ
(ข) คำบอกกล่าวหรือหนังสือนั้นได้ถูกส่งไปยังคู่สัญญาแต่ละฝ่ายโดยวิธีการอื่นที่คู่สัญญาอาจตกลงร่วมกัน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง จดหมาย/ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ของคู่สัญญา

ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 3 (สาม) วัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือตามที่อยู่ในสัญญาฉบับนี้เป็นสำคัญ

ข้อ 23 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ไม่อาจกระทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ด้วย

ข้อ 24 กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายของประเทศไทย ข้อโต้เถียงหรือข้อขัดแย้งใด ๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นสู่การพิจารณาของ________

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็น ________ ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญายึดถือไว้ฝ่ายละ ________ ฉบับ



สัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่าง ๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาทุกประการ เพื่อเป็นหลักฐานจึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน



ลงชื่อ_______________________ผู้ให้กู้
________



ลงชื่อ_______________________ผู้กู้
________



ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)



ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)

Fields you complete are inserted into the document live. This template is general guidance only — not legal advice.