สัญญาจ้างแรงงาน
สัญญาจ้างแรงงานฉบับนี้ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง
________ โดย ________ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขทะเบียนนิติบุคคล/เลขบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ สำนักงาน/ที่อยู่ตั้งอยู่เลขที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "นายจ้าง" ฝ่ายหนึ่ง กับ
________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ลูกจ้าง" อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยที่
(ก) ลูกจ้างมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และทักษะฝีมือ ตามใบสำคัญ ประวัติการศึกษา และประวัติการทำงานต่างๆ ที่ได้ให้ไว้แก่นายจ้าง
(ข) ลูกจ้างมีความประสงค์จะทำงานให้แก่กิจการของนายจ้าง และ
(ค) นายจ้างมีความประสงค์จะให้ลูกจ้างทำงานให้แก่กิจการของนายจ้าง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การจ้างงาน
นายจ้างตกลงจ้างและลูกจ้างตกลงรับทำงานให้แก่นายจ้าง ในลักษณะพนักงานประจำ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ ๖ ว่าด้วยจ้างแรงงาน และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อ 2 ตำแหน่งงาน
นายจ้างตกลงจ้างและลูกจ้างตกลงรับทำงานให้แก่นายจ้างในตำแหน่ง ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ตำแหน่งงาน"
นายจ้างมีสิทธิปรับ เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายตำแหน่งงานให้เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่อาจเปลี่ยนแปลง และสอดคล้องกับความรู้ความสามารถของลูกจ้าง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
ข้อ 3 หน้าที่งาน
ในตำแหน่งงาน ลูกจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยสังเขปตามคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) ดังต่อไปนี้
________
รวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้าง อนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความสามารถและตำแหน่งงานของลูกจ้าง นายจ้างมีสิทธิเปลี่ยนแปลงขอบเขตหน้าที่งานของลูกจ้างได้ตามสมควร
ข้อ 4 สถานที่ทำงาน
ลูกจ้างจะทำงานให้แก่นายจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่มีความจำเป็นในการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ หรือเพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วง ลูกจ้างตกลงที่จะเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ทำงานตามที่นายจ้างจะมอบหมายและแจ้งให้ทราบเป็นคราวๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางภายในหรือต่างประเทศ
ลูกจ้างตกลงและรับทราบว่า ในการทำงานให้แก่นายจ้างตามสัญญาฉบับนี้ นายจ้างอาจเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานของลูกจ้างไปยังสถานประกอบการอื่นของนายจ้างเป็นการถาวรได้ตามที่นายจ้างเห็นสมควร ทั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับตำแหน่งงานและหน้าที่งานของลูกจ้าง โดยมิให้เป็นการลดทอนสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
ข้อ 5 ระยะเวลาการจ้าง
นายจ้างตกลงจ้าง และลูกจ้างตกลงจะเริ่มทำงานและเริ่มการจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ ________ ไปจนกว่าสัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงตามข้อสัญญาว่าด้วยการสิ้นสุดของสัญญา
คู่สัญญาตกลงให้มีระยะเวลาทดลองงานเป็นเวลา ________ วัน นับแต่วันเริ่มทำงาน ทั้งนี้ ระยะเวลาทดลองงานถือเป็นส่วนหนึ่งของระยะเวลาการจ้างเพื่อการคำนวณสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ข้อ 6 การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน
ก่อนวันที่ ________ ลูกจ้างตกลงจะเข้ารับการตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาล และมีใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยแพทย์ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมรับรองว่าลูกจ้างไม่มีลักษณะ อาการ โรคร้ายแรง หรือโรคเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้างคนอื่นๆ ในสถานที่ทำงาน ทั้งนี้ การจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของลูกจ้างให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ 7 วันและเวลาทำงาน
ลูกจ้างตกลงทำงานตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่นายจ้างตามวันและเวลา ดังต่อไปนี้
(ก) วันทำงาน สัปดาห์ละ ________ วัน
(ข) เวลาทำงานปกติไม่เกินสัปดาห์ละ ________ ชั่วโมง และวันหนึ่งไม่เกินแปดชั่วโมง ตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
(ค) เวลาพักระหว่างการทำงานไม่น้อยกว่าวันละหนึ่งชั่วโมง ตามมาตรา ๒๗
(ง) รายละเอียดวันและเวลาทำงาน ดังต่อไปนี้
________
ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือทำงานล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างจะจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามอัตราที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๑ ถึงมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
ข้อ 8 วันหยุด
นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานโดยได้รับค่าจ้าง ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(ก) วันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า ________ วัน ตามมาตรา ๒๘
(ข) วันหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า สิบสามวัน รวมวันแรงงานแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๙
(ค) วันหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน เมื่อลูกจ้างทำงานครบหนึ่งปี ตามมาตรา ๓๐
นายจ้างอาจประกาศกำหนดนโยบายเกี่ยวกับวันหยุดให้เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างมากกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานโดยได้รับค่าจ้างตามเงื่อนไขที่นายจ้างประกาศกำหนดเพิ่มเติมนั้น
ข้อ 9 วันลา
นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิลางานภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua ut enim ad minim veniam quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat duis aute irure dolor in reprehenderit.
นายจ้างอาจประกาศกำหนดนโยบายเกี่ยวกับวันลาให้เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างมากกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิลางานตามเงื่อนไขที่นายจ้างประกาศกำหนดเพิ่มเติมนั้น
ข้อ 10 ค่าจ้าง
เพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานของลูกจ้างตามสัญญาฉบับนี้ นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในอัตราเดือนละ ________ บาท ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ค่าจ้าง" โดยอัตราค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 11 กำหนดชำระค่าจ้าง
นายจ้างตกลงจะจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเป็นเงินตราไทย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง เป็นประจำเดือนละหนึ่งครั้งภายในวันที่ ________ ของแต่ละเดือน ทั้งนี้ ตามมาตรา ๕๔ และมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
นายจ้างมีสิทธิหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ อันรวมถึงการชำระภาษีเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนด และเงินสมทบกองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม
ข้อ 12 การชำระเงิน
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ การจ่ายค่าจ้างและเงินใดๆ ที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ลูกจ้างตกลงให้นายจ้างจ่ายโดย นำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร อันมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
________
เมื่อลูกจ้างได้รับชำระเงินจากนายจ้าง นายจ้างจะจัดทำหลักฐานการจ่ายค่าจ้างตามมาตรา ๑๑๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และลูกจ้างตกลงจะลงลายมือชื่อรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานแห่งการชำระเงินนั้น
ข้อ 13 การประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน
นายจ้างตกลงขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน และนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ทั้งในส่วนของนายจ้างและในส่วนที่หักจากค่าจ้างของลูกจ้าง
ข้อ 14 การประเมินผลการทำงาน
ภายในระยะเวลาการจ้าง คู่สัญญาตกลงให้นายจ้างมีสิทธิประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างเป็นประจำทุกๆ รอบระยะเวลาการประเมินผลการทำงานที่นายจ้างประกาศกำหนดในแต่ละคราว
ในกรณีที่นายจ้างพิจารณาแล้วเห็นว่าผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ทำ นายจ้างอาจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและหน้าที่งานของลูกจ้างให้เหมาะสม แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ โดยไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
ข้อ 15 การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ในการทำงานที่จ้างตามสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างตกลงจะปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และนโยบายต่างๆ ของนายจ้างที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และที่นายจ้างจะได้ประกาศกำหนดเพิ่มเติมต่อไปในภายหน้าโดยเคร่งครัด
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur adipiscing elit sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua.
ข้อ 16 สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งปวง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า หรือการออกแบบ และระบบงานใด ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ คิดค้น หรือออกแบบของลูกจ้างในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้หรือตามที่นายจ้างมอบหมาย ให้ตกเป็นสิทธิของนายจ้างแต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น ทั้งนี้ ในส่วนของงานอันมีลิขสิทธิ์ให้เป็นไปตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ข้อ 17 การเก็บรักษาความลับ
ในการทำงานที่จ้างของลูกจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างอาจได้ล่วงรู้หรือได้รับข้อมูลสำคัญจากนายจ้างหรือจากบุคคลอื่นใด ลูกจ้างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลของนายจ้างหรือของบุคคลอื่นนั้นไว้เป็นความลับ ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการค้า และไม่ว่าจะมีมูลค่าหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจะไม่เปิดเผย ตีพิมพ์ ประกาศ รับรองการมีอยู่ หรือเผยแพร่ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลที่สาม ไม่ว่า ณ เวลาใด และไม่ว่าสัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่
(ก) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ
(ข) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการล่วงหน้าจากนายจ้างและ/หรือเจ้าของข้อมูลนั้น
ลูกจ้างตกลงปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนายจ้าง และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
ข้อ 18 ทรัพย์สินของนายจ้าง
ในการทำงานที่จ้างของลูกจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างอาจมีสิทธิใช้และครอบครองทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของนายจ้าง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เอกสารข้อมูล โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงาน
ลูกจ้างตกลงจะใช้และดูแลรักษาเอกสารและทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนดังเช่นวิญญูชนจะพึงรักษาทรัพย์สินของตนเอง และเมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยกรณีใด ลูกจ้างตกลงจะส่งมอบบรรดาเอกสารและทรัพย์สินใดๆ ของนายจ้างที่อยู่ในความครอบครองของลูกจ้างคืนแก่นายจ้างในสภาพดังเดิมทั้งสิ้น
ข้อ 19 การสิ้นสุดของสัญญา
สัญญาฉบับนี้อาจสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) เมื่อนายจ้างบอกกล่าวเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ประกอบมาตรา ๕๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในกรณีนี้ นายจ้างจะจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เว้นแต่เป็นกรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๙
(ข) เมื่อลูกจ้างบอกกล่าวลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง
(ค) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาทดลองงานและนายจ้างเห็นว่าลูกจ้างไม่ผ่านการทดลองงาน โดยนายจ้างจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การบอกกล่าวล่วงหน้าและการจ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด
(ง) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาในสาระสำคัญ และคู่สัญญาอีกฝ่ายได้แจ้งความประสงค์ที่จะเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายทราบ
เพื่อประโยชน์แห่งความชัดเจน การกระทำอันเป็นเหตุให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ให้เป็นไปตามมาตรา ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และมาตรา ๕๘๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
(2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงนายจ้างไม่จำต้องตักเตือน โดยหนังสือเตือนมีผลบังคับไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด
(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม
(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(จ) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด และไม่เยียวยาแก้ไขภายใน สามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากอีกฝ่ายหนึ่ง และคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
(ฉ) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลายตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล
(ช) เมื่อลูกจ้างถึงแก่ความตาย หรือมีลักษณะอาการ โรคร้ายแรง หรือโรคเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานตามสัญญาฉบับนี้อย่างถาวร
การคำนวณและการจ่ายค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินอื่นใดที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อ 20 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำสัญญาฉบับนี้ไม่ทำให้คู่สัญญาต่างเป็นหุ้นส่วนกันตามกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด หากแต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน
ข้อ 21 การโอนสิทธิ
เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ ตามมาตรา ๕๗๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อ 22 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้สิทธิหรือล่าช้าในการใช้สิทธิใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ ไม่ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิดังกล่าว และการใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือเพียงครั้งเดียวไม่เป็นการตัดสิทธิที่จะใช้สิทธินั้นในส่วนที่เหลือหรือในครั้งต่อๆ ไปแต่อย่างใด
ข้อ 23 ความเป็นที่สุดของสัญญา
สัญญาฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใดๆ ที่ได้ทำก่อนวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานอันเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ข้อ 24 การแยกส่วนของสัญญา
หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาเสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในสัญญาฉบับนี้
ข้อ 25 การบอกกล่าว
คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้สัญญาฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่า
(ก) คำบอกกล่าวหรือหนังสือนั้นได้ถูกส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ โดยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือ
(ข) คำบอกกล่าวหรือหนังสือนั้นได้ถูกส่งไปยังคู่สัญญาแต่ละฝ่ายโดยวิธีการอื่นที่คู่สัญญาอาจตกลงร่วมกัน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การส่งมอบ ณ สถานที่ทำงาน หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของคู่สัญญา
ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา เจ็ดวัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือที่อยู่ตามสัญญาฉบับนี้เป็นสำคัญ
ข้อ 26 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดต้องไม่เป็นการลดสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 27 กฎหมายที่ใช้บังคับ
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อ 28 การระงับข้อพิพาท
ข้อโต้เถียงหรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลแรงงานซึ่งมีเขตอำนาจ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ_______________________นายจ้าง
________
ลงชื่อ_______________________ลูกจ้าง
________
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)
ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)