สัญญาจ้างแรงงาน - แบบสอบถามสำหรับกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม Pro · TH-law

Valid in Thailand · drafted to comply with local law

Create your สัญญาจ้างแรงงาน - แบบสอบถามสำหรับกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม for use in Thailand. Answer a few plain-English questions and the document fills in automatically as you go — then download it in Word and PDF, ready to sign or share. This version has been professionally rewritten to comply with local law.

  • Answer 25 simple questions — the document fills in as you go
  • Live preview: watch your document update in real time
  • Download as Word (.docx) and PDF
  • Edit your answers and re-download anytime
Save to access it later, on any device.

Fill in the details

0/25

Type below — the document on the right updates as you go.

สัญญาจ้างแรงงาน - แบบสอบถามสำหรับกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม
🔒The clauses below are blurred in the preview. Fill in your details, then pay once to unlock the full document and download it as Word & PDF.

สัญญาจ้างแรงงาน

สัญญาจ้างแรงงานฉบับนี้ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "สัญญา" ทำขึ้นที่ ________ เมื่อวันที่ ________ ระหว่าง

________ โดย ________ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขทะเบียนนิติบุคคล/เลขบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ สำนักงาน/ที่อยู่ตั้งอยู่เลขที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "นายจ้าง" ฝ่ายหนึ่ง กับ

________ ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________ อยู่ที่ ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ลูกจ้าง" อีกฝ่ายหนึ่ง

โดยที่

(ก) ลูกจ้างมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และทักษะฝีมือ ตามใบสำคัญ ประวัติการศึกษา และประวัติการทำงานต่างๆ ที่ได้ให้ไว้แก่นายจ้าง
(ข) ลูกจ้างมีความประสงค์จะทำงานให้แก่กิจการของนายจ้าง และ
(ค) นายจ้างมีความประสงค์จะให้ลูกจ้างทำงานให้แก่กิจการของนายจ้าง

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาฉบับนี้โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 การจ้างงาน

นายจ้างตกลงจ้างและลูกจ้างตกลงรับทำงานให้แก่นายจ้าง ในลักษณะพนักงานประจำ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ ๖ ว่าด้วยจ้างแรงงาน และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ 2 ตำแหน่งงาน

นายจ้างตกลงจ้างและลูกจ้างตกลงรับทำงานให้แก่นายจ้างในตำแหน่ง ________ ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ตำแหน่งงาน"

นายจ้างมีสิทธิปรับ เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายตำแหน่งงานให้เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่อาจเปลี่ยนแปลง และสอดคล้องกับความรู้ความสามารถของลูกจ้าง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง

ข้อ 3 หน้าที่งาน

ในตำแหน่งงาน ลูกจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยสังเขปตามคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) ดังต่อไปนี้

________

รวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้าง อนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความสามารถและตำแหน่งงานของลูกจ้าง นายจ้างมีสิทธิเปลี่ยนแปลงขอบเขตหน้าที่งานของลูกจ้างได้ตามสมควร

ข้อ 4 สถานที่ทำงาน

ลูกจ้างจะทำงานให้แก่นายจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้

________

ในกรณีที่มีความจำเป็นในการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ หรือเพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วง ลูกจ้างตกลงที่จะเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ทำงานตามที่นายจ้างจะมอบหมายและแจ้งให้ทราบเป็นคราวๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางภายในหรือต่างประเทศ

ลูกจ้างตกลงและรับทราบว่า ในการทำงานให้แก่นายจ้างตามสัญญาฉบับนี้ นายจ้างอาจเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานของลูกจ้างไปยังสถานประกอบการอื่นของนายจ้างเป็นการถาวรได้ตามที่นายจ้างเห็นสมควร ทั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับตำแหน่งงานและหน้าที่งานของลูกจ้าง โดยมิให้เป็นการลดทอนสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง

ข้อ 5 ระยะเวลาการจ้าง

นายจ้างตกลงจ้าง และลูกจ้างตกลงจะเริ่มทำงานและเริ่มการจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ ________ ไปจนกว่าสัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงตามข้อสัญญาว่าด้วยการสิ้นสุดของสัญญา

คู่สัญญาตกลงให้มีระยะเวลาทดลองงานเป็นเวลา ________ วัน นับแต่วันเริ่มทำงาน ทั้งนี้ ระยะเวลาทดลองงานถือเป็นส่วนหนึ่งของระยะเวลาการจ้างเพื่อการคำนวณสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ข้อ 6 การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน

ก่อนวันที่ ________ ลูกจ้างตกลงจะเข้ารับการตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาล และมีใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยแพทย์ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมรับรองว่าลูกจ้างไม่มีลักษณะ อาการ โรคร้ายแรง หรือโรคเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานตามสัญญาฉบับนี้ หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้างคนอื่นๆ ในสถานที่ทำงาน ทั้งนี้ การจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของลูกจ้างให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

ข้อ 7 วันและเวลาทำงาน

ลูกจ้างตกลงทำงานตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่นายจ้างตามวันและเวลา ดังต่อไปนี้

(ก) วันทำงาน สัปดาห์ละ ________ วัน
(ข) เวลาทำงานปกติไม่เกินสัปดาห์ละ ________ ชั่วโมง และวันหนึ่งไม่เกินแปดชั่วโมง ตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
(ค) เวลาพักระหว่างการทำงานไม่น้อยกว่าวันละหนึ่งชั่วโมง ตามมาตรา ๒๗
(ง) รายละเอียดวันและเวลาทำงาน ดังต่อไปนี้

________

ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือทำงานล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างจะจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามอัตราที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๑ ถึงมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

ข้อ 8 วันหยุด

นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานโดยได้รับค่าจ้าง ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) วันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า ________ วัน ตามมาตรา ๒๘
(ข) วันหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า สิบสามวัน รวมวันแรงงานแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๙
(ค) วันหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน เมื่อลูกจ้างทำงานครบหนึ่งปี ตามมาตรา ๓๐

นายจ้างอาจประกาศกำหนดนโยบายเกี่ยวกับวันหยุดให้เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างมากกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานโดยได้รับค่าจ้างตามเงื่อนไขที่นายจ้างประกาศกำหนดเพิ่มเติมนั้น

ข้อ 9 วันลา

นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิลางานภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

นายจ้างอาจประกาศกำหนดนโยบายเกี่ยวกับวันลาให้เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างมากกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ นายจ้างตกลงให้ลูกจ้างมีสิทธิลางานตามเงื่อนไขที่นายจ้างประกาศกำหนดเพิ่มเติมนั้น

ข้อ 10 ค่าจ้าง

เพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานของลูกจ้างตามสัญญาฉบับนี้ นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในอัตราเดือนละ ________ บาท ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า "ค่าจ้าง" โดยอัตราค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 11 กำหนดชำระค่าจ้าง

นายจ้างตกลงจะจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเป็นเงินตราไทย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง เป็นประจำเดือนละหนึ่งครั้งภายในวันที่ ________ ของแต่ละเดือน ทั้งนี้ ตามมาตรา ๕๔ และมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

นายจ้างมีสิทธิหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ อันรวมถึงการชำระภาษีเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนด และเงินสมทบกองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม

ข้อ 12 การชำระเงิน

เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ การจ่ายค่าจ้างและเงินใดๆ ที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ลูกจ้างตกลงให้นายจ้างจ่ายโดย นำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร อันมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

________

เมื่อลูกจ้างได้รับชำระเงินจากนายจ้าง นายจ้างจะจัดทำหลักฐานการจ่ายค่าจ้างตามมาตรา ๑๑๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และลูกจ้างตกลงจะลงลายมือชื่อรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานแห่งการชำระเงินนั้น

ข้อ 13 การประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน

นายจ้างตกลงขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน และนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ทั้งในส่วนของนายจ้างและในส่วนที่หักจากค่าจ้างของลูกจ้าง

ข้อ 14 การประเมินผลการทำงาน

ภายในระยะเวลาการจ้าง คู่สัญญาตกลงให้นายจ้างมีสิทธิประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างเป็นประจำทุกๆ รอบระยะเวลาการประเมินผลการทำงานที่นายจ้างประกาศกำหนดในแต่ละคราว

ในกรณีที่นายจ้างพิจารณาแล้วเห็นว่าผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ทำ นายจ้างอาจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและหน้าที่งานของลูกจ้างให้เหมาะสม แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ โดยไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง

ข้อ 15 การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

ในการทำงานที่จ้างตามสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างตกลงจะปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และนโยบายต่างๆ ของนายจ้างที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และที่นายจ้างจะได้ประกาศกำหนดเพิ่มเติมต่อไปในภายหน้าโดยเคร่งครัด

ข้อ 16 สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งปวง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า หรือการออกแบบ และระบบงานใด ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ คิดค้น หรือออกแบบของลูกจ้างในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้หรือตามที่นายจ้างมอบหมาย ให้ตกเป็นสิทธิของนายจ้างแต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น ทั้งนี้ ในส่วนของงานอันมีลิขสิทธิ์ให้เป็นไปตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

ข้อ 17 การเก็บรักษาความลับ

ในการทำงานที่จ้างของลูกจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างอาจได้ล่วงรู้หรือได้รับข้อมูลสำคัญจากนายจ้างหรือจากบุคคลอื่นใด ลูกจ้างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลของนายจ้างหรือของบุคคลอื่นนั้นไว้เป็นความลับ ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการค้า และไม่ว่าจะมีมูลค่าหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจะไม่เปิดเผย ตีพิมพ์ ประกาศ รับรองการมีอยู่ หรือเผยแพร่ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลที่สาม ไม่ว่า ณ เวลาใด และไม่ว่าสัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่

(ก) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ
(ข) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการล่วงหน้าจากนายจ้างและ/หรือเจ้าของข้อมูลนั้น

ลูกจ้างตกลงปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนายจ้าง และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

ข้อ 18 ทรัพย์สินของนายจ้าง

ในการทำงานที่จ้างของลูกจ้างตามสัญญาฉบับนี้ ลูกจ้างอาจมีสิทธิใช้และครอบครองทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของนายจ้าง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เอกสารข้อมูล โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงาน

ลูกจ้างตกลงจะใช้และดูแลรักษาเอกสารและทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนดังเช่นวิญญูชนจะพึงรักษาทรัพย์สินของตนเอง และเมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยกรณีใด ลูกจ้างตกลงจะส่งมอบบรรดาเอกสารและทรัพย์สินใดๆ ของนายจ้างที่อยู่ในความครอบครองของลูกจ้างคืนแก่นายจ้างในสภาพดังเดิมทั้งสิ้น

ข้อ 19 การสิ้นสุดของสัญญา

สัญญาฉบับนี้อาจสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้

(ก) เมื่อนายจ้างบอกกล่าวเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ประกอบมาตรา ๕๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในกรณีนี้ นายจ้างจะจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เว้นแต่เป็นกรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๙

(ข) เมื่อลูกจ้างบอกกล่าวลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง

(ค) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาทดลองงานและนายจ้างเห็นว่าลูกจ้างไม่ผ่านการทดลองงาน โดยนายจ้างจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การบอกกล่าวล่วงหน้าและการจ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด

(ง) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาในสาระสำคัญ และคู่สัญญาอีกฝ่ายได้แจ้งความประสงค์ที่จะเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายทราบ

เพื่อประโยชน์แห่งความชัดเจน การกระทำอันเป็นเหตุให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ให้เป็นไปตามมาตรา ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และมาตรา ๕๘๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
(2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงนายจ้างไม่จำต้องตักเตือน โดยหนังสือเตือนมีผลบังคับไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด
(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม
(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(จ) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด และไม่เยียวยาแก้ไขภายใน สามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากอีกฝ่ายหนึ่ง และคู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

(ฉ) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลายตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล

(ช) เมื่อลูกจ้างถึงแก่ความตาย หรือมีลักษณะอาการ โรคร้ายแรง หรือโรคเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานตามสัญญาฉบับนี้อย่างถาวร

การคำนวณและการจ่ายค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินอื่นใดที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ 20 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำสัญญาฉบับนี้ไม่ทำให้คู่สัญญาต่างเป็นหุ้นส่วนกันตามกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด หากแต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน

ข้อ 21 การโอนสิทธิ

เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ ตามมาตรา ๕๗๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ 22 การสละสิทธิ

การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้สิทธิหรือล่าช้าในการใช้สิทธิใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ ไม่ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นสละสิทธิดังกล่าว และการใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือเพียงครั้งเดียวไม่เป็นการตัดสิทธิที่จะใช้สิทธินั้นในส่วนที่เหลือหรือในครั้งต่อๆ ไปแต่อย่างใด

ข้อ 23 ความเป็นที่สุดของสัญญา

สัญญาฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใดๆ ที่ได้ทำก่อนวันที่ทำสัญญาฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้ ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานอันเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ข้อ 24 การแยกส่วนของสัญญา

หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่นๆ ในสัญญาฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาเสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในสัญญาฉบับนี้

ข้อ 25 การบอกกล่าว

คู่สัญญาตกลงกันว่าคำบอกกล่าวหรือหนังสือซึ่งต้องแจ้งให้แก่กันภายใต้สัญญาฉบับนี้จะถือว่าได้มีการแจ้งแก่กันแล้ว หากว่า

(ก) คำบอกกล่าวหรือหนังสือนั้นได้ถูกส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ โดยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือ
(ข) คำบอกกล่าวหรือหนังสือนั้นได้ถูกส่งไปยังคู่สัญญาแต่ละฝ่ายโดยวิธีการอื่นที่คู่สัญญาอาจตกลงร่วมกัน อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การส่งมอบ ณ สถานที่ทำงาน หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของคู่สัญญา

ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ คู่สัญญาฝ่ายนั้นตกลงจะแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา เจ็ดวัน นับจากวันที่ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ มิฉะนั้นให้ถือที่อยู่ตามสัญญาฉบับนี้เป็นสำคัญ

ข้อ 26 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญาฉบับนี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดต้องไม่เป็นการลดสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 27 กฎหมายที่ใช้บังคับ

สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย

ข้อ 28 การระงับข้อพิพาท

ข้อโต้เถียงหรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลแรงงานซึ่งมีเขตอำนาจ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒



สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่างๆ แห่งสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญไว้ (ถ้ามี) เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ



ลงชื่อ_______________________นายจ้าง
________



ลงชื่อ_______________________ลูกจ้าง
________



ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)



ลงชื่อ_______________________พยาน
(________)

Fields you complete are inserted into the document live. This template is general guidance only — not legal advice.